เปิดมุมมองงานจดหมายเหตุ…จากประสบการณ์ของนักศึกษาฝึกงาน
จดหมายเหตุ สวนโมกข์กรุงเทพ

เปิดมุมมองงานจดหมายเหตุ...จากประสบการณ์ของนักศึกษาฝึกงาน

byBIA Thai
เคยตั้งคำถามไหมว่า ‘งานจดหมายเหตุ’ ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการเก็บเอกสารนั้น จริง ๆ แล้วมีหน้าที่หรือกระบวนการทำงานอย่างไร? ดิฉันมีโอกาสได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และอยากแบ่งปันให้ทุกท่านได้รู้จักงานเบื้องหลังที่น่าทึ่งนี้ไปด้วยกัน มาฟังประสบการณ์การฝึกงานเป็นระยะเวลา 3 เดือนของนางสาวพิชญ์ศินี บุญครอง นักศึกษาฝึกงาน เอกปรัชญาและศาสนา คณะมนุษศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร)

​จุดเริ่มต้น
ดิฉันเป็นนักศึกษาฝึกงานที่สวนโมกข์กรุงเทพ หรือหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นที่ฝึกงาน ตัวดิฉันเองไม่เคยมีประสบการณ์ฝึกงานจากที่ไหนมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องเลือกฝึกงานตามรายวิชาที่มหาวิทยาลัยกำหนด และได้ทราบว่าหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เปิดรับนักศึกษาฝึกงาน โดยส่วนตัวนั้นดิฉันรู้จักสวนโมกข์มาบ้างทั้งเคยเดินทางไปที่สวนโมกข์ไชยา และอาจารย์เคยพูดถึงสวนโมกข์กรุงเทพให้ฟังบ่อยครั้ง แต่ในส่วนของงานหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญนั้น ดิฉันเองยังไม่เคยทราบรายละเอียดหรือกระบวนการทำงานใด ๆ ดิฉันเล็งเห็นว่าคงจะเป็นโอกาสที่ดีหากได้เข้ามาเรียนรู้งานด้านจดหมายเหตุ อีกทั้งยังได้คำแนะนำจากเพื่อนที่เคยฝึกงานที่นี่ พร้อมทั้งลองเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยงานเทศกาลหนังสวนโมกข์ แล้วได้เห็นการทำงานบางส่วนจากพี่ ๆ ในองค์กร จึงได้ทำการส่งขอฝึกงานมายังสวนโมกข์กรุงเทพ
จดหมายเหตุ พุทธทาส
เริ่มต้น

​ พี่ ๆ ห้องจดหมายเหตุต้อนรับดิฉันเป็นอย่างดี มีการพูดคุยแนะนำเกี่ยวกับงานจดหมายเหตุโดยภาพรวมอธิบายเกี่ยวกับหน้าที่หลักของนักศึกษาฝึกงานในการทำงานจดหมายเหตุ ในวันแรกที่เริ่มฝึกงานดิฉันได้ทำเกี่ยวกับงานกอบกู้หนังสือ เนื่องจากมาในช่วงที่หอจดหมายเหตุทำงานกอบกู้หนังสือจากน้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหนังสือจำนวนมากที่เสียหายจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ ส่วนมากเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสำคัญมากมายทั้งเกี่ยวกับพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ไทย ทางทีมจดหมายเหตุจึงต้องช่วยกันกอบกู้หนังสือเหล่านี้ไว้เพื่อไม่ให้สูญเสียแหล่งข้อมูลที่สำคัญ
​เริ่มแรกดิฉันช่วยงานเปลี่ยนกระดาษเพราะยังไม่มีความชำนาญในการทำหนังสือที่เปียก การเปลี่ยนกระดาษคือการนำกระดาษแห้งมาคั่นในหนังสือทุกหน้าแล้วเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อช่วยทำให้หนังสือแห้ง โดยเกิดความเสียหายน้อยที่สุด หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เริ่มทำหนังสือที่เปียก โดยมีกระบวนการคือนำหนังสือที่เปียกนั้นมาเปิดทีละหน้า อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีตะไบและคัตเตอร์ ใช้สำหรับแยกหน้าหนังสือที่ติดกัน และไม้คั่นหนังสือสำหรับคั่นหน้าหรือไว้แยกกระดาษออกทีละหน้า หากมีกระดาษแห้งติดกันให้นำฟ็อกกี้ฉีดน้ำให้เปียกแล้วใช้คัตเตอร์แยกส่วนที่ติดออกจากกัน จากนั้นสอดกระดาษแห้งเข้าไปทุกหน้าเพื่อทำให้ตัวหนังสือแห้ง วางผึ่งไว้ 1 วัน และทำการเปลี่ยนกระดาษที่ใช้คั่นทุกวัน จนกว่าหนังสือจะแห้งสนิท เมื่อหนังสือแห้งแล้ว ดิฉันได้ช่วยแยกประเภทหนังสือที่มีเนื้อหาประเภทเดียวกันจัดไว้หมวดรวมกัน แล้วบันทึกข้อมูลของหนังสือ เพื่อสะดวกต่อการค้นหา ​ ดิฉันทำงานนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ เป็นประสบการณ์ใหม่ ที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ทำ พร้อมทั้งได้เจอพี่ ๆ จิตอาสาที่ใจดี ที่มาช่วยกอบกู้หนังสืออีกด้วย ถือเป็นการเริ่มต้นการฝึกงานที่ดีอย่างมาก
งานจดหมายเหตุ
​จดหมายเหตุ ครั้งแรกที่ได้ยิน ดิฉันรู้เพียงเป็นที่ไว้เก็บข้อมูลหรือเอกสารต่าง ๆ แต่ไม่ทราบถึงหน้าที่หรือกระบวนการทำงานที่แท้จริง เพราะค่อนข้างไกลตัวดิฉันมาก จนได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงาน งานของทีมจดหมายเหตุนั้นแบ่งเป็นหลายหน้าที่อย่างการดูแลเอกสาร สิ่งพิมพ์ วัตถุ จัดเก็บข้อมูลรูปภาพ เสียง ให้เป็นหมวดหมู่ตามประเภท ตัวดิฉันเองได้มีโอกาสทำอยู่สามประเภท คือ งานดูแลเอกสารจดหมายเหตุประเภทสิ่งพิมพ์รวบรวม งานวัตถุจดหมายเหตุ และงานเอกสารจดหมายเหตุประเภทโสตทัศนจดหมายเหตุ
ในงานเอกสารจดหมายเหตุประเภทสิ่งพิมพ์รวบรวม คือเอกสารที่ได้รับการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม อาทิ หนังสือ วารสาร นิตยสาร จดหมายข่าว ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ งานที่ดิฉันได้ทำมีสองอย่างคือการทำความสะอาดหนังสือและทำรหัสหนังสือ โดยการทำความสะอาดหนังสือนั้น เป็นการทำความสะอาดปัดฝุ่นหรือดูความชำรุดอื่น ๆ ช่วยจัดการเบื้องต้น แล้วแยกประเภทไว้เพื่อนำไปซ่อมแซม จากนั้นจัดทำทะเบียนข้อมูล การทำรหัสหนังสือเป็นการแยกหนังสือตามประเภทของหนังสือ ปีที่จัดพิมพ์ แล้วนำมาทำรหัส โดยเราต้องนับหนังสือทุกหน้า ซึ่งดิฉันก็ได้ทราบว่าการนับหน้าแบบจดหมายเหตุจะนับทุกหน้าที่มีตัวหนังสือหรือรูปภาพ ต่างจากการนับหน้าทั่วไป จากนั้นเขียนรหัสที่ตัวหนังสือเพื่อนำไปกรอกข้อมูลลงฐานข้อมูลแล้วนำไปจัดเก็บไว้ในห้องคลัง งานนี้ก็เป็นงานที่น่าสนใจเพราะเป็นสิ่งที่ดิฉันไม่เคยทำมาก่อน ได้เรียนรู้วิธีการดูแลหนังสือเก่าแล้วจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างดี ทำให้รู้ว่าต้องมีความละเอียดอ่อน จากที่ดิฉันเป็นคนชอบทำอะไรเร็ว ๆ ไม่ละเอียด ก็ทำให้เกิดความรอบคอบ มีการสังเกตมากขึ้น
​ต่อมางานวัตถุจดหมายเหตุ คือ วัตถุที่นอกเหนือจากเอกสารจดหมายเหตุแต่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน แสดงให้เห็นประวัติ พัฒนาการ การศึกษาเรียนรู้และวิถีชีวิต ​ ดิฉันได้เข้าไปชมวัตถุในห้องคลังมาบ้างแล้ว มีโอกาสได้ช่วยพี่ ๆ นำวัตถุออกมาเพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการ “พระดุลยพากย์สุวมัณฑ์” ในวาระครบ ๑๓๑ ปีชาตกาลของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ และ ๑๑๙ ปี ชาตกาลพุทธทาสภิกขุ ในส่วนเนื้องานที่ได้รับมอบหมาย คือ การปรับแต่งรูปภาพวัตถุเพื่อนำไปใส่ในเว็บไซต์ฐานข้อมูลของจดหมายเหตุ เนื่องจากวัตถุจดหมายเหตุนั้นไม่สามารถให้คนภายนอกเข้ามารับชมวัตถุของจริงทุกชิ้นได้ จำเป็นต้องใช้การถ่ายรูปเพื่อนำออกมาให้บุคคลอื่น ๆ เห็น โดยรูปภาพนั้นเราต้องปรับแสง ปรับขนาด ขนาดไฟล์ ความชัดของภาพเพื่อให้เห็นรูปภาพของวัตถุคมชัดเสมือนจริงมากที่สุด จากนั้นนำไปเผยแพร่ลงเว็บไซต์ฐานข้อมูลเพื่อให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาชมวัตถุทุกชิ้น เป็นงานที่ได้ทราบเกี่ยวกับกระบวนการทำงานเบื้องหลัง และได้เห็นงานวัตถุอีกมากมายที่น่าสนใจแต่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างดิฉันได้ทำภาพวัตถุของใช้ ช้อนส้อม เครื่องเงินอื่น ๆ
สุดท้ายงานประเภทโสตทัศนจดหมายเหตุ เป็นเอกสารที่สื่อโดยเสียงหรือภาพ เช่น ภาพถ่ายเนกาตีฟ ฟิล์ม สไลด์ เทปขดลวด เทปคาสเซ็ท ซีดี เป็นอีกงานที่ดิฉันได้เรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่มเช่นกัน ในงานโสตทัศน์ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปเห็นต้นฉบับภาพถ่ายของท่านพุทธทาสและที่มาของภาพถ่ายในห้องคลังแล้วรู้สึกชอบมาก งานที่ดิฉันได้รับมอบหมายในส่วนนี้มีสองอย่าง อย่างแรกคือ งานเขียนรหัสรูปภาพ โดยเราจะเขียนรหัสด้านหลังรูปภาพต้นฉบับและบนซองที่ใส่รูปภาพแต่ละรูป เนื่องจากรูปมีสารเคมีเราจึงต้องใส่ซองแยกไว้ทุกรูปเพื่อคงสภาพไม่ให้เกิดความเสียหาย จากนั้นเก็บใส่กล่องไร้กรดแล้วนำไปเก็บไว้ในห้องคลัง งานนี้เป็นอีกงานที่ดิฉันชื่นชอบ เพราะระหว่างทำเราจะได้เห็นรูปภาพของท่านพุทธทาส ที่ถูกถ่ายไว้เมื่ออดีต และรูปที่เรายังไม่เคยเห็นซึ่งสามารถบอกเล่าเรื่องราวและให้เห็นความเป็นอยู่ของคนในอดีต อย่างภาพหนึ่ง ในภาพมีคนจำนวนมากมาช่วยกันสร้างสิ่งปลูกสร้างร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในชุมชน
งานอย่างที่สอง ที่ดิฉันได้รับมอบหมายคือ งานหาเสียงธรรมบรรยาย เพื่อนำไปใช้ในงานกิจกรรมอานาปานสติ โดยจะหาธรรมบรรยายที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้เทศนาไว้ มาเรียบเรียงเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับใช้ในงานกิจกรรม งานนี้ก็เป็นอีกงานที่น่าสนใจเพราะดิฉันได้อ่านเกี่ยวกับธรรมที่ท่านได้เทศนาไว้จำนวนมาก เรื่องที่ได้ฟังเป็นเรื่องอริยมรรคมีองค์ 8 และชื่นชอบหมวดสัมมาสติ ที่ได้เทศนาไว้ว่า การที่เราจะดับทุกข์ได้เราต้องเพิ่มสติ ด้วยการฝึกสติ ถ้าไม่มีสติก็ไม่มีการกำหนดอารมณ์ ทำให้นึกถึงสิ่งที่อาจารย์เคยสอนในห้องเรียนว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่าง เราต้องมีสติ เพราะสติจะนำพาไปให้เกิดสิ่งนั้น ๆ ในเทศนาเองก็บอกว่า สติแปลว่าระลึกได้ เพื่อมุ่งไปสู่การกระทำต่าง ๆ แล้วดิฉันก็นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

จดหมายเหตุ พุทธทาส
ห้องคลัง

​ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าห้องคลังหลายครั้ง ทั้งกิจกรรมนำชมและพี่ ๆ พาไปเรียนรู้งาน ห้องคลังจดหมายเหตุเป็นห้องเก็บรวบรวมของที่เกี่ยวข้องกับท่านพุทธทาสทั้งหมดแล้วนำมารวบรวมจัดเก็บไว้อย่างดีในห้องคลัง ห้องคลังที่นี่แบ่งออกเป็นสามห้อง โดยห้องแรกเป็นห้องเก็บเอกสารลายลักษณ์และแผนที่ แผนผัง ต่อมาห้อง ห้องเก็บเอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ เอกสารที่สื่อโดยเสียงหรือภาพ เช่น ภาพถ่ายเนกาตีฟ ฟิล์ม ซีดี เทปคาสเซ็ท และห้องสุดท้ายห้องเก็บสิ่งพิมพ์รวบรวม และวัตถุจดหมายเหตุ ภายในห้องจะมีตู้จัดเก็บอย่างดี และมีการรักษาอุณหภูมิภายในห้องคลัง เพื่อรักษาสภาพสิ่งของที่ถูกจัดเก็บไว้ให้ได้นานที่สุด ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ที่หาได้ยาก ดิฉันพยายามเก็บข้อมูลและจดจำรายละเอียดภายในห้องคลังให้ได้มากที่สุด คิดว่าโอกาสเช่นนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะในห้องแห่งนี้ไม่สามารถให้บุคคลภายนอกเข้ามาได้ตลอด เพราะเอกสาร วัตถุสิ่งของที่เราจัดเก็บไว้ทั้งหมดนั้นมีความสำคัญมาก เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาสร้างความเสียหาย จึงต้องถูกจัดเก็บและได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่จดหมายเหตุ
AI กับ งานจดหมายเหตุ
​ปัจจุบัน AI มีบทบาทมากในการใช้ชีวิต หลายสิ่งรอบตัวเราที่เกิดขึ้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้น ก็มีการนำ AI เข้ามาใช้งาน ในองค์กรของเรานั้นเป็นองค์กรที่มีจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการนำศาสนาให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่เพื่อให้คนทุกเพศ ทุกวัย เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย ซึ่งงานที่ดิฉันได้รับมอบหมายให้ทำคือการทำ AI Chatbot ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะต้องทำงานร่วมกับหลายฝ่าย การทำ AI Chatbot ครั้งนี้เป็นการพัฒนาเพจ Facebook จดหมายเหตุพุทธทาส ดิฉันเริ่มด้วยการหาข้อมูลเกี่ยวกับจดหมายเหตุ รวบรวมข้อมูล แล้วนำเข้าระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ จากนั้นลองใช้แชทจำลองในการสนทนากับ AI เมื่อเจอข้อผิดพลาดก็ต้องแก้ไขในส่วนของข้อมูลที่ใส่ไป ปรับแก้การใช้คำหรือเรียงเนื้อหาข้อมูลให้ AI สามารถตอบคำถามได้ ตัว AI Chatbot นี้ สร้างมาเพื่อใช้งานในด้านการให้ความรู้และบริการข้อมูลแก่ผู้ที่เข้ามาใช้งานเพจ Facebook ช่องทาง messenger เพื่อตอบคำถามให้แก่ผู้ที่เข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับงานจดหมายเหตุพุทธทาสหรือสวนโมกข์กรุงเทพ
​จากการที่ได้ลองทำงานนี้ดิฉันรู้สึกว่าการนำ AI เข้ามาช่วยในศาสนาและงานจดหมายเหตุนั้นเป็นการพัฒนาที่ดีมาก เพราะได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยให้เข้าถึงศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้น ดิฉันคิดว่าหากนำเทคโนโลยี AI Chatbot เข้าไปพัฒนาร่วมกับเว็บไซต์ฐานข้อมูลด้วย อาจจะช่วยให้เกิดการเข้าถึงที่ง่ายและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ให้เข้าไปค้นหาความรู้อย่างสนุก ในอนาคตหากมีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้คนเข้ามาสนใจเกี่ยวกับศาสนาและจดหมายเหตุอีกจำนวนมาก
งานกิจกรรมสวนโมกข์กรุงเทพ
​สวนโมกข์กรุงเทพ มีกิจกรรมทางศาสนามากมายที่ให้ผู้คนได้มาเข้าร่วม เป็นการนำกิจกรรมอื่น ๆ เข้ามาผสมผสานกับศาสนาเพื่อให้เข้าถึงคนทุกเพศ ทุกช่วงวัย เนื่องจากในกรุงเทพนั้นการเข้าถึงศาสนา หลายคนอาจจะคิดแค่ว่าต้องไปวัดอย่างเดียว ทั้งการเดินทางหรือเรื่องเวลาในการชีวิตของคนกรุงเทพ ทำให้รู้สึกว่าการเข้าวัดนั้นยังไกลตัว แต่ที่สวนโมกข์กรุงเทพ ทำให้เห็นว่ามีกิจกรรมมากมายที่ให้คนหลากหลายช่วงอายุทำกิจกรรมร่วมกันได้
​กิจกรรมที่ดิฉันได้ทำในสวนโมกข์กรุงเทพ มีกิจกรรมตักบาตรเดือนเกิด เป็นงานทำบุญในแต่ละเดือน ในวันอาทิตย์แรกของเดือน ที่ให้ผู้คนหรือเจ้าภาพวันเกิดในเดือนนั้น ๆ เข้ามาร่วมกับตักบาตรทำบุญ ​ ​ กิจกรรมเทศกาลหนังสวนโมกข์ เป็นกิจกรรมที่จัดปีละครั้ง เป็นกิจกรรมฉายหนังกลางแปลงให้คนเข้ามาชมพร้อมกันในสวนรถไฟ จากนั้นร่วมเสวนาเกี่ยวกับหนังที่ได้ดูผ่านการสอดแทรกธรรมะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กิจกรรมวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ที่ให้คนเข้ามาร่วมตักบาตร เวียนเทียน ในช่วงเช้าและค่ำ กิจกรรมนี้ทำให้ดิฉันได้รู้ว่าการเวียนเทียนไม่จำเป็นต้องใช้แค่ธูปเทียน และทำได้แค่ในวัดเท่านั้น เราสามารถใช้ต้นไม้ในการเวียนเทียนและเดินเวียนกันในสวนสาธารณะ เห็นได้ชัดว่าในยุคสมัยใหม่ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการทำพิธีทางศาสนา
อีกกิจกรรมคือฝึกสมาธิด้วยศิลปะระบายสีน้ำ “Mandala” โดย Sine Arts เป็นกิจกรรมที่ดิฉันได้เข้าร่วมแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก จากการฟังการบรรยายและนึกคิดตามไปด้วย ว่าการที่เราตั้งใจทำอะไรอย่างมีความสุขในแบบของตัวเองนั้น ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้เลย ​ และสุดท้ายกิจกรรมวันล้ออายุ ซึ่งตอนแรกดิฉันไม่เข้าใจเกี่ยวกับคำว่าล้ออายุเลย จนได้มาเข้าร่วมกิจกรรม จึงได้ทราบว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านพุทธทาส ชวนมาล้ออายุเพื่อชวนเราทุกคนกลับมาทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ยังมีการอดอาหารเพื่อฝึกทำลายกิเลส ล้อไปกับรูปแบบการจัดงานวันคล้ายวันเกิดทั่วไป ที่จัดกินเลี้ยงและเฉลิมฉลองกันเสียใหญ่โต แต่ว่าชีวิตเมื่อแรกเกิดมา ที่มนุษย์ไม่ได้ทานอาหารใดใด และใช้วันนั้นทั้งวันไปกับการสลายตัวตน เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ก็ทำให้ดิฉันได้ทบทวนชีวิตตัวเองที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ทุกกิจกรรมดิฉันเองได้รับมอบหมายให้ทำงานอย่างหลากหลาย ทำให้ดิฉันได้รับประสบการณ์มากมาย การพบปะผู้คนหลายประเภทที่เข้ามาร่วมกิจกรรมมีทั้งอายุ เพศ แตกต่างกัน การรับแรงกดดันจากคนที่มาเข้าร่วมงาน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอ จากการได้ร่วมทำกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เห็นบทบาทของสวนโมกข์กรุงเทพในความเป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นผ่านการทำกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม
ประสบการณ์ที่ได้รับ
​สามเดือนผ่านไปเร็วมาก ดิฉันได้ฝึกงานที่นี่ครบตามกำหนดแล้ว ช่วงที่ผ่านมาได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมาย ได้เรียนรู้งานที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนานอกเหนือจากที่ได้เรียนในชั้นเรียน เป็นรายวิชาเกี่ยวกับศาสนาเนื้อหาความรู้ตามตำราหนังสือ เห็นการทำงานของงานจดหมายเหตุที่ไม่เคยรู้มาก่อน ว่างานจดหมายเหตุนั้นนอกจากจากจัดเก็บเอกสารข้อมูลสำคัญ ยังมีกระบวนการทำงานในการดูแลข้อมูลเหล่านั้นและปรับใช้ให้คนภายนอกได้เข้าถึงโดยง่าย ดิฉันว่างานจดหมายเหตุก็เป็นอีกงานที่น่าสนใจหลังจากได้ลองทำ และการทำงานในองค์กรที่ได้เจอผู้คนหลากหลาย ทำให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันต้องอาศัยการพูดคุย ชี้แนะ นำเสนอร่วมกัน การตรงต่อเวลา ดิฉันจะนำประสบการณ์การฝึกงานในครั้งนี้ไปใช้ต่อทั้งในเรื่องการเรียนและการทำงานร่วมกับผู้อื่น แล้วนำไปปรับใช้ในการใช้ชีวิตเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต
​​
บทความโดย : นางสาวพิชญ์ศินี บุญครอง
นักศึกษาฝึกงาน เอกปรัชญาและศาสนา คณะมนุษศาสตร์ ชั้นปีที่ 4
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร)
Share