ประวัติพุทธทาส สมัยวัดตระพังจิก_5 (Custom)
ย้อนดูจุดเริ่มต้นของสวนโมกข์ เมื่อพุทธทาสภิกขุหันหลังให้กรุงเทพฯ กลับสู่พุมเรียง เลือกวัดร้างตระพังจิกเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยสติ ปัญญา และธรรมวินัย
คณะธรรมทาน
เปิดหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทยกับเรื่องราวของสองพี่น้องผู้พลิกโฉมการตื่นรู้แห่งไชยา 'พระเงื่อม' และ 'นายยี่เกย' เบื้องหลังเงินทุนก้อนแรกจากพินัยกรรมของมารดา และตลกร้ายของระบบราชการไทยที่ไม่ยอมให้ใช้ชื่อ 'พุทธทาส'
พุทธทาสภิกขุ สมัยมาเรียนต่อในกรุงเทพ พุทธทาส สมัยหนุ่ม พระเงื่อม
ครั้งหนึ่งพระเงื่อมเคยเชื่อว่า กรุงเทพฯ คือศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ทางพระพุทธศาสนา และมหาเปรียญคือผู้ใกล้พระอรหันต์ แต่เมื่อได้มาเห็นความจริงด้วยตาตนเอง ทั้งระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำ ความหละหลวมทางวินัย และการมัวเมาในยศศักดิ์ ความผิดหวังนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ท่านหันหลังให้ความสำเร็จแบบโลก ๆ และออกเดินทางสู่การแสวงหาธรรมแท้ในนาม “พุทธทาส”
พุทธทาสภิกขุ
ก่อนจะเป็น “พุทธทาสภิกขุ” เด็กชายเงื่อมเคยเป็นวัยรุ่นผู้ต้องแบกภาระครอบครัวตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำงานค้าขาย แบกของ ผ่าฟืน และส่งเสียน้องชายเรียนต่อ แต่ท่ามกลางชีวิตที่หนักเกินวัย เขากลับหลงใหลการอ่านและถกเถียงธรรมะ จนเมื่อถึงเวลาบวชเพียง 3 เดือนตามประเพณี รสชาติของธรรมะและการเทศน์กลับทำให้ตัดสินใจไม่สึก
พุทธทาส ดช.เงื่อม
ย้อนดูวัยเยาว์ของ “เด็กชายเงื่อม” หรือพุทธทาสภิกขุ ผ่านรากฐานครอบครัวพุมเรียงที่หล่อหลอมท่านด้วยความประหยัด ความรักการอ่าน งานช่าง งานครัว และวิญญาณกวี ก่อนเติบโตเป็นพระนักคิดผู้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของพุทธศาสนาไทย
เล่าไว้ เมื่อวัยสนธยา
“เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา” คือหนังสือที่ถ่ายทอดชีวิต ความคิด และเส้นทางการแสวงหาธรรมของพุทธทาสภิกขุอย่างเป็นมนุษย์และจริงใจ ตั้งแต่วัยเด็ก การบวชเรียน การตั้งคำถามต่อระบบเดิม ไปจนถึงการก่อตั้งสวนโมกขพลาราม หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงชีวประวัติของพระนักคิดรูปสำคัญของไทย แต่เป็นบันทึกการเดินทางภายในของผู้กล้าทวนกระแสโลก เพื่อค้นหาแก่นแท้ของชีวิต ธรรมะ และอิสรภาพจากความยึดมั่น ถือเป็นหนังสือที่ชวนผู้อ่านกลับมาตั้งคำถามกับเป้าหมายชีวิตของตนเองอย่างลึกซึ้ง
ธัมมวิจักขณกถา
พระธรรมเทศนาโดย พุทธทาสภิกขุ แสดงถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เมื่อเพ็ญเดือนหก พ.ศ. ๒๕๑๐
106908715_604920527123816_7328090203898627967_n
ความเป็นมาของชื่อ "พุทธทาส" หากได้ช่วยรักษา บำรุง และเผยแผ่พระพุทธศาสนา นั่นก็คือการเป็นพุทธทาสด้วยกันทั้งสิ้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาฯ สดับพระธรรมเทศนา โดย พุทธทาสภิกขุ เมื่อปี พ.ศ. 2510
บันทึกเหตุการณ์สำคัญ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศลวันวิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยา โดยมีพุทธทาสภิกขุ เจ้าอาวาสในขณะนั้น เฝ้ารับเสด็จ
พุทธทาส พัดยศ สมณศักดิ์
เปิดมุมมองใหม่ต่อภาพถ่ายปริศนาธรรมของ อาจารย์พุทธทาสภิกขุ ที่หลายคนตีความไปต่าง ๆ นานา พร้อมคำอธิบายจากท่านเองว่าทำไมจึงไม่ปฏิเสธสมณศักดิ์ และมุมมองต่อ “ราชาคณะ” ว่าคือการทำหน้าที่พิทักษ์พระศาสนา ไม่ใช่การยึดติดยศศักดิ์
พุทธทาส
อนุสาวรีย์ของพุทธทาสภิกขุจึงไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยใจ คือประโยชน์สุขอันเกิดจากความเข้าใจในธรรมะ ซึ่งจะคงอยู่และสืบทอดต่อไปในจิตใจของผู้คนอย่างไม่มีวันเสื่อมสลาย
พุทธทาส
พุทธทาสภิกขุไม่เพียงเป็นพระนักคิด แต่ยังเป็น influencer ทางจิตวิญญาณ ผู้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารและคอนเทนต์ทางธรรมที่ทรงอิทธิพลต่อสังคมไทยและโลก
พุทธทาสภิกขุ
สำรวจชีวิตและแนวคิดของพุทธทาสภิกขุ จากเด็กชายเงื่อมแห่งไชยา สู่ผู้ปฏิวัติพุทธศาสนาไทย ด้วยการตีความธรรมะจากพระโอษฐ์ใหม่ให้เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริง และยืนยันว่า “นิพพานอยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้”
พุทธทาสกับกล้อง
พุทธทาสภิกขุไม่ได้เป็นเพียงนักคิดหรือนักเทศน์ แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้กล้องถ่ายภาพเผยแผ่ธรรมะ ภาพถ่ายและ “บทพระธรรมประจำภาพ” ของท่านสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และการเล่นที่เต็มไปด้วยปัญญา จนได้รับการยกย่องว่าเป็น conceptual art ที่ล้ำยุค
พระสังฆราช พุทธทาส
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จเยี่ยมสวนโมกขพลาราม รวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2532 – 2535