ประวัติ
Search
ครั้งหนึ่งพระเงื่อมเคยเชื่อว่า กรุงเทพฯ คือศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ทางพระพุทธศาสนา และมหาเปรียญคือผู้ใกล้พระอรหันต์ แต่เมื่อได้มาเห็นความจริงด้วยตาตนเอง ทั้งระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำ ความหละหลวมทางวินัย และการมัวเมาในยศศักดิ์ ความผิดหวังนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ท่านหันหลังให้ความสำเร็จแบบโลก ๆ และออกเดินทางสู่การแสวงหาธรรมแท้ในนาม “พุทธทาส”
ก่อนจะเป็น “พุทธทาสภิกขุ” เด็กชายเงื่อมเคยเป็นวัยรุ่นผู้ต้องแบกภาระครอบครัวตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำงานค้าขาย แบกของ ผ่าฟืน และส่งเสียน้องชายเรียนต่อ แต่ท่ามกลางชีวิตที่หนักเกินวัย เขากลับหลงใหลการอ่านและถกเถียงธรรมะ จนเมื่อถึงเวลาบวชเพียง 3 เดือนตามประเพณี รสชาติของธรรมะและการเทศน์กลับทำให้ตัดสินใจไม่สึก
ชีวิตเด็กวัด 3 ปีของเด็กชายเงื่อม ไม่ได้สอนแค่ ก ข ก กา แต่หล่อหลอมวินัย ความอดทน ไหวพริบ และปฏิภาณการพูด จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของพุทธทาสภิกขุในอนาคต
ย้อนดูวัยเยาว์ของ “เด็กชายเงื่อม” หรือพุทธทาสภิกขุ ผ่านรากฐานครอบครัวพุมเรียงที่หล่อหลอมท่านด้วยความประหยัด ความรักการอ่าน งานช่าง งานครัว และวิญญาณกวี ก่อนเติบโตเป็นพระนักคิดผู้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของพุทธศาสนาไทย
“เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา” คือหนังสือที่ถ่ายทอดชีวิต ความคิด และเส้นทางการแสวงหาธรรมของพุทธทาสภิกขุอย่างเป็นมนุษย์และจริงใจ ตั้งแต่วัยเด็ก การบวชเรียน การตั้งคำถามต่อระบบเดิม ไปจนถึงการก่อตั้งสวนโมกขพลาราม หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงชีวประวัติของพระนักคิดรูปสำคัญของไทย แต่เป็นบันทึกการเดินทางภายในของผู้กล้าทวนกระแสโลก เพื่อค้นหาแก่นแท้ของชีวิต ธรรมะ และอิสรภาพจากความยึดมั่น ถือเป็นหนังสือที่ชวนผู้อ่านกลับมาตั้งคำถามกับเป้าหมายชีวิตของตนเองอย่างลึกซึ้ง
พระธรรมเทศนาโดย พุทธทาสภิกขุ แสดงถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เมื่อเพ็ญเดือนหก พ.ศ. ๒๕๑๐
ความเป็นมาของชื่อ "พุทธทาส" หากได้ช่วยรักษา บำรุง และเผยแผ่พระพุทธศาสนา นั่นก็คือการเป็นพุทธทาสด้วยกันทั้งสิ้น
บันทึกเหตุการณ์สำคัญ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศลวันวิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยา โดยมีพุทธทาสภิกขุ เจ้าอาวาสในขณะนั้น เฝ้ารับเสด็จ
พุทธทาสภิกขุไม่เพียงเป็นพระนักคิด แต่ยังเป็น influencer ทางจิตวิญญาณ ผู้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารและคอนเทนต์ทางธรรมที่ทรงอิทธิพลต่อสังคมไทยและโลก
พุทธทาสภิกขุได้แสดงเจตจำนงของการรักษากับคณะแพทย์ เมื่อครั้งอาพาธด้วยโรคหัวใจเมื่อ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2534
พุทธทาสภิกขุไม่ได้เป็นเพียงนักคิดหรือนักเทศน์ แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้กล้องถ่ายภาพเผยแผ่ธรรมะ ภาพถ่ายและ “บทพระธรรมประจำภาพ” ของท่านสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และการเล่นที่เต็มไปด้วยปัญญา จนได้รับการยกย่องว่าเป็น conceptual art ที่ล้ำยุค
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จเยี่ยมสวนโมกขพลาราม รวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2532 – 2535