พุทธทาสภิกขุในความทรงจำของ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์
picture20220727170202

พุทธทาสภิกขุในความทรงจำของ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์

byBIA Thai

“ท่านอาจารย์พุทธทาสท่านสอนธรรมะผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยครับ เจอกันครั้งแรกท่านให้ผมทานอาหารก้นบาตร ผมจำได้พ่อ (ศาสตราจารย์ (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์) พาไปที่โรงฉัน ท่าน (พุทธทาสภิกขุ) ตักอาหารเสร็จท่านก็ให้ผมทานอาหารก้นบาตร เรียกว่าอาหารก้นบาตรแต่จริงๆ ท่านให้ตักทานตั้งแต่ต้น ท่านให้ผมท่องกลอน ยามจะได้ได้ให้เป็นไม่เป็นทุกข์ ยามจะเป็นเป็นให้ถูกตามวิถี ยามจะตายตายให้เป็นเป็นสุดดี ทำอย่างนี้ไม่มีทุกข์ทุกวันเอย ได้ เป็น ตาย ตั้งแต่ต้น” เสี้ยวหนึ่งในความทรงจำวัยเด็กของ นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เกี่ยวกับภิกษุนามพุทธทาส สะท้อนให้เห็นความซื่อสัตย์ต่อการทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะที่มอบให้ผ่านสัจจะที่ว่าด้วย การได้ การเป็น และการตาย

พุทธทาสภิกขุ และสวนโมกข์ ในความทรงจำทายาท ศ. (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของมหาโพธิสมาคม (The MAHA Bodhi Society) เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาในโลกตะวันตก ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๓ – ๒๔๗๖ ซึ่ง ศ. (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์ เมื่อครั้งที่ยังเป็นนักเรียนกฎหมายอยู่ในประเทศอังกฤษ ได้เรียบเรียงเป็นบทความออกเผยแผ่ในหนังสือไทยเขษม อาจเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้หนึ่งบุรุษตุลาการ ได้โคจรมาพบกับหนึ่งสมณะในพุทธศาสนานาม อินทปัญโญภิกขุ ซึ่งต่อมาผู้คนทั่วไปจะเรียกขานกันในนาม พุทธทาส

จากสายสัมพันธ์ผ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ กระทั่งการพบปะกันครั้งแรก ณ มหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งที่พระโลกนาถ (ซัลวา โตเล ซิโอฟฟี) ภิกษุชาวอิตาเลี่ยน มาแสดงปาฐกถาชักชวนภิกษุ และสามเณรในประเทศไทยร่วมออกเดินทางไปเผยแผ่พุทธศาสนาทั่วโลก พ.ศ. ๒๔๗๖ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นกัลยาณมิตรในทางธรรมสืบต่อมาตราบสิ้นลมหายใจ (ดู สมบัติ ทารัก, “กัลยาณมิตรทางธรรมของศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์” เข้าถึงได้จาก  http://www.bia.or.th/html_th/index.php/site-content/65-archives/583-กัลยาณมิตรทางธรรมของศาสตราจารย์สัญญา-ธรรมศักดิ์)

“ท่านรู้จักกันตั้งแต่อาจารย์สัญญาอยู่เมืองนอก ตั้งแต่คุณพ่อเป็นนักเรียนทุนกฎหมายอยู่ที่อังกฤษ แล้วกลับมาท่าน (ศ. (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์) ก็มาเผยแผ่ธรรมะในส่วนที่เป็นหน้าที่ของฆราวาส (หนึ่งในบุคคลที่ร่วมก่อตั้งพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย) ท่านก็พึ่งพิงอาจารย์พุทธทาสตลอด” นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ในฐานะทายาทของ ศ. (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์ บอกเล่าจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างพุทธทาสภิกขุ และ ศ. (พิเศษ) สัญญา

เขา เล่าต่อไปว่า “พ่อผมไปสวนโมกข์ทุกปี พอพักร้อนจากหน้าที่ผู้พิพากษาพ่อก็จะไปสวนโมกข์ทุกปี ผมก็ตามพ่อไปตั้งแต่อายุ ๑๐ กว่าขวบ ตอนนั้นจำได้นั่งรถไฟไปลงที่ไชยาประมาณตีสามตีสี่ แล้วต้องไปนั่งกินกาแฟอยู่บ้านลุงละออง แสงเดช แล้วก็นั่งรถจี๊ปผ่านคันนาเข้าไป ไม่มีถนนแบบปัจจุบันนี้…ท่านอาจารย์พุทธทาสท่านสอนธรรมะผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยครับ เจอกันครั้งแรกท่านให้ผมทานอาหารก้นบาตร ผมจำได้พ่อพาไปที่โรงฉัน ท่าน (พุทธทาสภิกขุ) ตักอาหารเสร็จท่านก็ให้ผมทานอาหารก้นบาตร เรียกว่าอาหารก้นบาตรแต่จริงๆ ท่านให้ตักทานตั้งแต่ต้น ท่านให้ผมท่องกลอน ยามจะได้ ได้ให้เป็น ไม่เป็นทุกข์, ยามจะเป็น เป็นให้ถูก ตามวิถี, ยามจะตาย ตายให้เป็น เป็นสุดดี, ทำอย่างนี้ ไม่มีทุกข์ ทุกวันเอยฯ ได้ เป็น ตาย ตั้งแต่ต้น” อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อธิบายถึงความประทับใจเมื่อแรกครั้งเยือนสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

“เกิดมาทำไม” ธรรมะสำหรับนักเรียน นักศึกษา

แม้จะออกตัวว่า “ผมไม่ค่อยได้สนทนากับท่านเลยครับ เพราะว่าผมตามพ่อไป ไปฟังพ่อท่านคุยกับท่านอาจารย์พุทธทาสมากกว่า” แต่ นพ.จักรธรรม ซึ่ง พุทธทาสภิกขุ มักเรียกขานว่า “เจ้าแดง” ก็มีโอกาสเขียนจดหมายติดต่อกับภิกษุนามพุทธทาสอยู่หลายฉบับมาตั้งแต่วัยเยาว์

ครั้งหนึ่งเมื่อถึงคราวใกล้สอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เขาและเพื่อนร่วมรุ่นรวมทั้งหมด ๗ คนก็ได้มีโอกาสเดินทางไปสวนโมกข์เพื่อพบพุทธทาสภิกขุ ด้วยประสงค์จะปรึกษาว่า “ธรรมะข้อใดช่วยให้เรียนดีและสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ” แต่ผลที่ได้รับกลับมีคุณค่าเกินกว่าเป้าหมายในระยะสั้นๆ ของชีวิต เมื่อภิกษุนามพุทธทาสได้ชี้ชวนให้เหล่าเด็กหนุ่มคิดตั้งคำถามไปไกลเกินกว่าเรื่องความสำเร็จของการศึกษาเฉพาะปัจเจกบุคคล โดย นพ.จักรธรรม ได้ถอดเทปบันทึกเสียง เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งพุทธทาสภิกขุได้กล่าวแก่เหล่าศิษย์หนุ่ม และมีใจความตอนหนึ่งที่น่าสนใจว่า

“…วันนี้อย่าเพิ่งตอบปัญหาเกี่ยวกับการเล่าเรียน การไม่ได้ตามต้องการที่จะบังคับตัวเองให้เรียน เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ มันเป็นเรื่องปลีกย่อยออกไป เราพูดกันถึงเรื่องใหญ่ เรื่องที่เป็นประธานก่อนดีกว่า แล้วก็จะถึงปัญหาปลีกย่อยเหล่านั้นเอง….ปัญหาที่สรุปลงไปว่า “เกิดมาทำไม” นี่ เป็นปัญหาใหญ่ก่อน…ถ้าเราไม่รู้ในส่วนใหญ่ ไอ้การเรียน การอะไรของเรา อาจจะไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นไปนักก็ได้…” (ดูรายละเอียดในหน้า ๑๓๘ http://archives.bia.or.th/front-show_page_detail_bak.php?pdfid=4872&main_level=2&main_refcode=BIA07010001-0031-0135-00-0000)

แม้ธรรมบรรยายในวันนั้นจะไม่ใช่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่ก็เป็นที่น่าสนใจว่า เด็กหนุ่มทั้ง ๗ คนที่ได้รับฟังคำบรรยายจากภิกษุนามพุทธทาสในวันนั้น สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด ดังข้อความในจดหมายของ นพ.จักรธรรม ถึงพุทธทาสภิกขุ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ ความตอนหนึ่งว่า

“เพื่อนๆ ของกระผมทุกคนไม่มีใครเข็ดต่อชีวิตในสวนโมกข์เลยครับ พวกเขาประทับใจที่ได้ไปเห็นที่นั่น และได้ฟังโอวาทจากท่านอาจารย์ซึ่งก็คงจะเป็นเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เขาทุกคน ประสบความสำเร็จในการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยด้วยดี…” (ดูรายละเอียดใน  http://archives.bia.or.th/front-show_page_detail_bak.php?pdfid=4872&main_level=2&main_refcode=BIA07010001-0031-0135-00-0000)  

จดหมายถึงพุทธทาสภิกขุ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖

หากใครเป็นคอประวัติศาสตร์การเมืองไทย คงปฏิเสธไม่ได้ถึงความสำคัญของเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ซึ่งตลอดมาได้มีผู้นำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มารวบรวมและเรียบเรียงไปตามทิศทางของอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่เนื้อความในจดหมายของ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ในฐานะทายาทของ ศ. (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่จะต้องเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาฯ ที่มีไปถึงพุทธทาสภิกขุ ฉบับลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ กลับช่วยเติมเต็มความรู้สึกอีกแง่มุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ ๑๔ ตุลาฯ…” (ดูรายละเอียดใน  http://archives.bia.or.th/front-show_page_detail_bak.php?pdfid=4872&main_level=2&main_refcode=BIA07010001-0031-0135-00-0000)  

“คือ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ มันเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ใหญ่โตมากสำหรับประเทศไทยนะ พ่อผมหายไปจากบ้าน ๗ – ๑๐ วัน ไม่กลับบ้านเลย ผมอยู่กับแม่ที่นี่ แล้วก็ดูในโทรทัศน์เห็นพ่อได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เกิดความกังวล ตอนนั้นผมเป็นนักศึกษาอยู่ ก็เกิดความกังวล ก็ไปเล่าให้หลวงพ่อ (พุทธทาสภิกขุ) ฟังว่า หลวงพ่อครับ พ่อผมจะมีทุกข์อะไรไหม หลวงพ่อช่วยให้พรพ่อผมด้วยนะ ทำนองนี้ล่ะครับ” ทายาท ศ. (พิเศษ) สัญญา ธรรมศักดิ์ ให้ข้อมูลถึงช่วงเวลาที่หัวหน้าครอบครัวจะต้องไปรับหน้าที่ที่สำคัญยิ่ง ก่อนชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของกัลยาณมิตรในทางธรรมที่ช่วยให้ อดีตนายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี “ท่านใช้ธรรมะตลอด ท่านเคยเขียนเองว่า พอท่านกลับมาถึงบ้านท่านหลับสบายดี เพราะท่านนึกถึงท่านพุทธทาสก่อนนอนทุกคืน” อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ย้อนความทรงจำเกี่ยวกับพุทธทาสภิกขุและบิดาผ่านเสียงหัวเราะ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงความประทับใจที่เขามีต่อภิกษุนามพุทธทาสว่า

“ผมคิดว่าท่านเป็นพระที่เจริญรอยตามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้จริง ท่านสอนให้คนพ้นทุกข์ ท่านไม่ได้สะสมอะไรเลย ปริญญาท่านได้เยอะแยะเลยนะ ท่านไม่เคยไปรับเลยครับ พัดยศได้เยอะแยะเลย ท่านไม่เคยไปรับเลยครับ ท่านแสดงออกถึงความไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรในเรื่องทางโลกเลยครับ ทางโลกท่านไม่มีเลย” อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แสดงความเห็น

แม้สังขารของหนึ่งบุรุษตุลาการที่ได้รับการยกย่องเรื่องความซื่อสัตย์ และหนึ่งสมณะในพุทธศาสนาที่ได้รับการกล่าวขานทั้งด้านบวกและลบอย่างกว้างขวางจะล่วงเลยลาลับ แต่ประจักษ์พยานแห่งความเป็นกัลยาณมิตรในทางธรรมก็ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำของทายาท เช่นเดียวกับหลักฐานเอกสารอีกจำนวนมากที่ยังรอการค้นคว้าและนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเกื้อกูลต่อโลกด้วยมิตรภาพและความเมตตา (สนใจค้นคว้าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพุทธทาสภิกขุและศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ใน http://archives.bia.or.th/front-description_bak.php?refcode=BIA07010010-0244-0610-00-0000&pdfid=6457&main_level=2 )

โครงการจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่า กลุ่มงานจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
บทความและภาพโดย อัครวิทย์ ชูเกียรติศิริชัย
สัมภาษณ์ ๓ กันยายน ๒๕๖๓

Share