Holiday Blues – ความเศร้าในฤดูกาลแห่งความสุข
Gemini_Generated_Image_xl8ludxl8ludxl8l_cr

Holiday Blues - ความเศร้าในฤดูกาลแห่งความสุข

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

ท่ามกลางแสงไฟประดับและเสียงเพลงเฉลิมฉลอง แต่หลายคนกลับรู้สึกเศร้ากว่าในวันธรรมดา นี่คือความรู้สึกที่เรียกว่า Holiday Blues หรือภาวะซึมเศร้าช่วงเทศกาล ประกอบด้วยความรู้สึกเศร้า เหงา เครียด และวิตกกังวล ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว แม้ส่วนใหญ่จะเป็นอาการชั่วคราวที่หายไปได้เองหลังหมดเทศกาล แต่ในบางรายอาจรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิต

สาเหตุของ Holiday Blues นั้นซับซ้อนและทับซ้อนกันทั้งจาก ปัจจัยภายใน อย่างความทรงจำในอดีต ความคาดหวังต่อตนเอง และ ปัจจัยภายนอก อย่างแรงกดดันทางสังคม

มาตรฐานความสุขที่สูงลิ่วและกลัวตกขบวนความสุข

ปัจจัยกระตุ้นแรกคือ “ความคาดหวังของสังคม” มาตรฐานของความสุขถูกดันให้สูงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติในช่วงนี้ บรรยากาศรอบตัวและโซเชียลมีเดีย ได้เปลี่ยนนิยามของความสุขจากการเป็น “ความรู้สึกภายใน” ให้กลายเป็นสิ่งที่ต้องเอาออกมา “เปรียบเทียบกับคนอื่น”

เราเห็นภาพงานปาร์ตี้ การท่องเที่ยวหรูหรา และครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้า สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาลและความรู้สึก FOMO (Fear Of Missing Out) หรือความกลัวว่าจะตกขบวนความสุข ความกลัวนี้ผลักดันให้หลายคนต้องออกไปทำกิจกรรมที่ลึกๆ แล้วไม่ได้อยากทำ เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองรู้สึกแย่หรือรู้สึกเป็นคนนอก

ความทุกข์จากการเปรียบเทียบนี้ เกิดจาก “ตัณหา” (ความอยาก) และ “มานะ” (ความถือตัวเทียบเขาเทียบเรา) ทางแก้คือหลัก “สันโดษ” ซึ่งไม่ได้แปลว่ามักน้อยหรือไม่กระตือรือร้น แต่คือ “ความพอใจในสิ่งที่มีและเป็นอยู่ตามกำลัง” เมื่อใจอิ่มเต็มจากภายใน เราจะไม่หิวโหยภาพความสุขของผู้อื่นมาเติมเต็ม

โศกนาฏกรรมของความสุขมวลรวม (Tragedy of the Commons)

เมื่อทุกคนพยายามแสวงหาความสุขในรูปแบบเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน และในสถานที่เดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือปรากฏการณ์ “Tragedy of the Commons” การแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นถนนที่รถติดยาวเหยียด ร้านอาหารที่คิวแน่นขนัด หรือที่พักที่ราคาพุ่งสูง แทนที่จะได้รับการพักผ่อนอย่างที่หวัง หลายคนกลับต้องเหนื่อยล้ากว่าเดิม กิจกรรมช่วงปีใหม่จำนวนมากจึงกลายเป็นเพียงกระบวนการ “ลดการสูญเสีย” คือการทำไปเพราะกลัวว่าจะเศร้าหากต้องอยู่เฉยๆ มากกว่าที่จะทำเพราะความต้องการที่แท้จริงของตนเอง

ความสุขที่ต้องแย่งชิงหรืออิงอาศัยวัตถุภายนอกนั้นเรียกว่า “อามิสสุข” ซึ่งเจือด้วยความทุกข์และความกังวลใจได้ง่าย ต่างจาก “นิรามิสสุข” หรือความสุขที่ไม่อิงอามิส คือความสุขจากความสงบเย็นภายในจิตใจ ที่ไม่ต้องเบียดเบียนหรือแย่งชิงกับใคร

เมื่อความทรงจำทำร้ายปัจจุบัน (Grief & Loss)

สำหรับบางคน Holiday Blues มีรากฐานมาจากความสูญเสีย ในยามปกติ ความเหงาอาจเป็นเพียงเงาจางๆ แต่ในช่วงเทศกาล แสงไฟและเสียงเพลงกลับทำหน้าที่เหมือนสปอตไลท์ที่ส่องให้เห็น “ความว่างเปล่า” ชัดเจนยิ่งขึ้น

ภาพความทรงจำในอดีตที่เคยมีความสุขกับคนที่รัก กลายเป็นมีดกรีดแทงหัวใจในปัจจุบันที่คนคนนั้นไม่อยู่แล้ว สำหรับกลุ่มนี้ ความเศร้าไม่ได้เกิดจาก FOMO แต่เกิดจากความรักและความอาลัยที่ยังคงอยู่ ซึ่งต้องการเวลาและการเยียวยา

ความพลัดพรากเป็นสิ่งธรรมดาของโลก ตามกฎ “ไตรลักษณ์” โดยเฉพาะ “อนิจจัง” (ความไม่เที่ยง) ทั้งความสุขในวันวานและความทุกข์ในวันนี้ ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป การระลึกรู้ว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา” จะช่วยให้ใจค่อยๆ คลายความยึดมั่นและยอมรับความจริงได้มากขึ้น

ความรู้สึกไร้อำนาจและการเยียวยาด้วยการให้

รากลึกของความหดหู่ในช่วงเวลานี้ มักมาจากความรู้สึก Helplessness หรือการรู้สึกว่าตนเองไร้อำนาจ ไร้การควบคุมชีวิตของตนเอง ความรู้สึกนี้รุนแรงเป็นพิเศษในกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เคลื่อนไหวไม่ได้ ซึ่งมักถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในขณะที่โลกภายนอกกำลังหมุนไปอย่างสนุกสนาน

อย่างไรก็ตาม ทางออกของความรู้สึกนี้อาจไม่ใช่การพยายามวิ่งหาความสุขใส่ตัว แต่คือการหันกลับมาสร้างคุณค่า การได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อย สามารถช่วยยืนยันตัวตนว่าเรายังมีพลัง มีความหมาย และยังเชื่อมโยงกับโลกใบนี้ได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลัก “จาคะ” (การเสียสละแบ่งปัน) เพื่อชำระใจให้เบาสบายจากความตระหนี่และความหดหู่

คู่มือเอาใจใส่ตัวเอง: รับมืออย่างไรเมื่อใจหมองในวันเทศกาล

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญกับ Holiday Blues การดูแลใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นี่คือวิธีปฏิบัติเบื้องต้นที่จะช่วยประคองใจให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้:

  • อนุญาตให้ตัวเอง “ไม่โอเค” (อุเบกขา): ยอมรับความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องฝืนยิ้มหรือแสร้งว่ามีความสุขเพื่อคนอื่น การยอมรับความเศร้าด้วยใจที่เป็นกลางคือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา
  • สร้างขอบเขต: กล้าที่จะปฏิเสธคำชวนงานเลี้ยงที่คุณไม่อยากไป หรือจำกัดเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ระวังการรับรู้ข้อมูลทางตาและหู (โซเชียลมีเดีย) ที่มากเกินไปจนใจฟุ้งซ่าน
  • Social Detox: หากการเห็นภาพความสุขของคนอื่นบนฟีดทำให้ใจคุณพัง ให้ถอยห่างจากโซเชียลมีเดียชั่วคราว จำไว้ว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงด้านที่ถูกคัดสรรมาแล้ว ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตจริง
  • ดูแลพื้นฐานร่างกาย: การนอนหลับให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หนัก

คู่มือคนรอบข้าง: เป็นเบาะรองรับใจ ในวันที่เขาเปราะบาง

หากคนใกล้ตัวคุณมีอาการซึมเศร้าช่วงปีใหม่ การดูแลเขาควรประกอบด้วย “พรหมวิหาร 4”:

  • เมตตา & กรุณา: รับฟังโดยไม่ตัดสิน ให้พื้นที่เขาได้ระบาย ชวนทำกิจกรรมด้วยความปรารถนาดี แต่ไม่กดดัน
  • มุทิตา: หากเขาเริ่มรู้สึกดีขึ้น หรือพบกิจกรรมเล็กๆ ที่ทำแล้วยิ้มได้ ให้แสดงความยินดีและสนับสนุน
  • อุเบกขา: ข้อนี้สำคัญมาก หากเราพยายามช่วยแล้วเขายังไม่หายเศร้า ต้องรู้จักวางใจเป็นกลาง เข้าใจว่าความทุกข์เป็นของเขา เราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องแบกรับความทุกข์นั้นไว้เอง หรือหงุดหงิดที่เขาไม่หายสักที

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่เผชิญกับ Holiday Blues หรือเป็นคนรอบข้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การมองเห็นและเข้าใจ” ทั้งตัวเองและคนอื่น

หากเรามีรากฐานจิตใจที่มั่นคงจากการรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ‘ความสุข’ ในนิยามของตนคือสิ่งใด เราย่อมเป็นอิสระจากกระแสสังคม ไม่หวั่นไหวไปตามแรงกดดันรอบข้างไม่ว่าเทศกาลใด หรือ เวลาไหน และสามารถเลือกสิ่งที่สร้างความสุขให้เราได้อย่างแท้จริง

Share