จากปณิธานของพุทธทาสสู่ธรรมาศรมธรรมมาตา
ธรรมมาตา

จากปณิธานของพุทธทาสสู่ธรรมาศรมธรรมมาตา

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

บทความนี้กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของ “ธรรมาศรมธรรมมาตา” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากความปรารถนาอันแรงกล้าของ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ที่ต้องการจะตอบแทนพระคุณของมารดาและเพศแม่โดยรวม ท่านตระหนักว่าธรรมะที่ท่านค้นพบนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ท่านไม่มีโอกาสได้ตอบแทนมารดาด้วยธรรมะเหล่านั้น ท่านจึงมีดำริที่จะสร้างสถานปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เพื่อให้สตรีได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างเต็มศักยภาพ จนสามารถบรรลุธรรมขั้นสูงสุดและเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่ศาสนาในฐานะ “ธรรมทูตหญิง” ทดแทนภิกษุณีที่ขาดสูญไป

รัญจวน อินทรกำแหง

การสืบสานปณิธานโดย อุบาสิการัญจวน อินทรกำแหง

หลังจากท่านอาจารย์พุทธทาสมรณภาพ อาจารย์รัญจวน อินทรกำแหง ศิษย์คนสำคัญผู้มีประสบการณ์ทั้งทางโลกและทางธรรมอย่างลึกซึ้ง ได้เข้ามารับช่วงสานต่อปณิธานนี้ ท่านได้วางหลักสูตรการศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างเป็นระบบเป็นเวลา 5 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้ปฏิบัติที่มีความรู้ทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติอย่างสูงสุด สามารถเป็นกำลังในการสืบอายุพระพุทธศาสนาได้

ธรรมาศรมธรรมมาตา จึงได้ก่อตั้งขึ้น โดยมีความหมายสองนัยคือ:

  1. มีธรรมเป็นแม่: ผู้ปฏิบัติมีปัญญาเห็นว่าธรรมะคือที่พึ่งสูงสุดของชีวิต
  2. มีแม่เป็นธรรม: เป็นสถานที่บ่มเพาะสตรีให้มีธรรมะในเนื้อในตัว จนสามารถให้กำเนิด “บุตรทางวิญญาณ” คือการเผยแผ่ธรรมะแก่ผู้อื่นได้

รัญจวน อินทรกำแหง พุทธทาส

หลักสูตรและการดำเนินชีวิตในธรรมาศรม

โครงการฝึกอบรมได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2542 และดำเนินต่อเนื่องมาถึง 21 รุ่น จนถึงปี พ.ศ. 2560 โดยมีลักษณะสำคัญคือ:

  • ไม่มีค่าใช้จ่าย: ธรรมทานมูลนิธิให้การสนับสนุนทุกอย่าง
  • ชีวิตเรียบง่าย: งดเว้นสิ่งฟุ่มเฟือย ฝึกฝนการพึ่งพาตนเอง และอยู่อย่างสมถะ
  • วันกรรมกร: ทุกวันโกน ผู้ปฏิบัติจะทำงานใช้แรงกายร่วมกัน เพื่อลดละอัตตาตัวตนและสร้างความสามัคคี
  • การปฏิบัติเข้มข้น: เน้นการฝึกอานาปานสติภาวนา 16 ขั้น และศึกษาปริยัติตามหลักสูตร
  • การบอกบริสุทธิ์: ในคืนวันโกน จะมีการประชุมเพื่อสำรวจและเปิดเผยความบกพร่องในการปฏิบัติของตนในรอบสัปดาห์ เพื่อเตือนสติและสำรวมระวังยิ่งขึ้น

 

513168519 23883198624707558 2964260188818302912 n

อุบาสิการัญจวน อินทรกำแหง: จากความทุกข์ทางโลกสู่ความสงบทางธรรม

อาจารย์รัญจวนเคยเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในทางโลก แต่ในใจกลับรู้สึกว่าชีวิตเป็นของหนัก จนกระทั่งได้หันเหชีวิตเข้าสู่เส้นทางธรรมอย่างจริงจัง ท่านได้เป็นศิษย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท และต่อมาได้มอบตัวเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์พุทธทาส ซึ่งคำสอนที่เปลี่ยนชีวิตท่านคือ “หยุดอ่านหนังสือข้างนอก…ให้อ่านแต่หนังสือเล่มใน” คือการเฝ้าดูและรักษาจิตของตนนั่นเอง

ท่านได้อุทิศตนเพื่องานเผยแผ่ธรรมะอย่างกว้างขวาง ทั้งงานเขียนที่ได้รับรางวัล (เช่น สวนโมกข์ทำไม? ทำไมสวนโมกข์?) รายการโทรทัศน์ “ธรรมสนทนา” ที่โด่งดังยาวนานถึง 20 ปี และได้รับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาจากองค์การสหประชาชาติ

ในวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านได้จากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราชในปี พ.ศ. 2559 ด้วยวัย 94 ปี โดยคำพูดสุดท้ายที่ท่านกล่าวย้ำคือ “เห็นพระพุทธเจ้า เห็นพระธรรมเจ้า เห็นพระสังฆเจ้า” แสดงให้เห็นถึงผลแห่งการปฏิบัติธรรมมาตลอดชีวิต

รัญจวน อินทรกำแหง

img 0001 new resize

ท่านที่คุ้นเคยกับท่านอาจารย์พุทธทาสจะทราบดีว่า ท่านซาบซึ้งในพระคุณแม่มาก และย้ำเสมอว่า อาตมาเป็นเนื้อเป็นตัวทำอะไรได้อย่างนี้ … ก็เพราะแม่ทั้งนั้น แม่ได้สั่งสอนอบรมมาอย่างนี้ ซึ่งคุณเมตตา พานิช หลานท่านเล่าว่า ในส่วนลึกท่านรู้สึกว่า กว่าท่านจะรู้ธรรมะที่เป็นประโยชน์ แม่ก็ตายเสียแล้ว ไม่สามารถทำให้แม่ได้รู้ธรรมะที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ จึงอยากตอบแทนเพศแม่ด้วยการสร้างสถานที่ให้ผู้หญิงฝึกปฏิบัติจนสามารถบรรลุธรรมขั้นสูงสุดเหมือนผู้ชาย นอกจากนี้ ในช่วงท้ายชีวิตท่านคิดว่า ถ้าผู้หญิงมีธรรมะแล้วก็จะอบรมลูกให้เป็นยุวชนที่ดี ซึ่งท่านกล่าวอยู่บ่อยๆ แม้กระทั่งใกล้วาระสุดท้ายแห่งชีวิตว่า “ศีลธรรมของยุวชนคือสันติภาพของโลก” และเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องกระทำ

image001237

ท่านจึงให้ความสำคัญมากกับโครงการ “ธรรมมาตา” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มาปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่ สามารถพัฒนาตัวเอง จนพร้อมจะช่วยผู้อื่นได้ ท่านเห็นว่า ผู้หญิงสอนผู้หญิงด้วยกันได้ดีและปลอดภัยที่สุด แม้ในวาระจิตสุดท้าย ผู้หญิงสามารถเข้าไปช่วยให้จิตสุดท้ายของผู้หญิงด้วยกันได้รับความสงบง่ายที่สุด นอกจากนี้โครงการนี้ยังส่งเสริมให้มี “ธรรมทูตหญิง” ช่วยเผยแผ่ธรรมะเสริมแทน “ภิกษุณี” ที่ขาดสูญไปด้วย แต่เสียดายที่ท่านมรณภาพก่อนที่จะเริ่มต้นโครงการนี้

IMG 6459 Copy cr3

ธรรมาศรมธรรมมาตา

หลังจากนั้น “อาจารย์รัญจวน อินทรกำแหง” ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนสำคัญมาช่วยสานต่อปณิธานท่านและเป็นผู้วางหลักสูตรธรรมมาตา จากความเมตตากรุณาอันสูงสุดของท่านอาจารย์พุทธทาสนี้เอง จึงปรากฏมี “ธรรมาศรมธรรมมาตา” ขึ้น เพื่อเป็นอาศรมแห่งผู้เป็น ธรรมมาตา คือทั้ง มีธรรมเป็นแม่ และ มีแม่เป็นธรรม

ผู้ที่ มีธรรมเป็นแม่ หมายถึง ผู้มีปัญญารู้ว่า ธรรมะนั่นแหละเป็นที่พึ่งสูงสุดแห่งตน มิใช่สิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เมื่อเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมะเป็นที่พึ่ง ก็ย่อมเป็นผู้ประพฤติธรรม เคารพธรรม

ส่วนคำว่า มีแม่เป็นธรรม นั้น มีความหมายว่า ธรรมาศรมนี้จะเป็นสถานที่ที่ให้มีการศึกษา และการปฏิบัติธรรมอย่างสูงสุด บังเกิดผลให้ผู้นั้นได้พัฒนาจิตตนอย่างแท้จริงเต็มที่ถึงที่สุด แล้วสามารถให้กำเนิดบุตรทางวิญญาณ โดยถ่ายทอดธรรมะเผยแผ่อบรมผู้อื่น ให้มีธรรมะเช่นเดียวกับตน เรียกว่าอาศรมแห่งนี้ได้เพาะบ่มเพศมารดา ให้มีธรรมะอยู่ที่เนื้อที่ตัวนั้นเอง จึงเรียกว่าเป็นอาศรมที่มีแม่ที่เป็นธรรมะ

 

40005400 1885834574844421 2055323463828111360 n

 

หลังจากเจ้าประคุณท่านอาจารย์พุทธทาสมรณภาพ ในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๖ ท่านครูธรรมทาส พานิช ซึ่งเป็นน้องชายท่าน และเป็นประธานธรรมทานมูลนิธิในขณะนั้น ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกิจการของสวนโมกข์ ฯลฯ ได้มีจดหมายถึง อุบาสิกาคุณรัญจวน อินทรกำแหง ให้ช่วยพิจารณาดำเนินการโครงการธรรมะมาตาต่อไป

อุบาสิกาคุณรัญจวน อินทรกำแหง ได้ศึกษาค้นคว้าจากวัดที่มีสำนักชี เช่น วัดหนองป่าพง ของเจ้าประคุณท่านอาจารย์ชา (พระโพธิญาณเถระ) และสำนักปฏิบัติธรรมเฉพาะสตรี เช่น เขาสวนหลวง จ.ราชบุรี และได้นำเสนอท่านครูธรรมทาส พานิช ซึ่งท่านมีความเห็นชอบและขอให้ดำเนินการต่อไป

ท่านอุบาสิกาคุณรัญจวน อินทรกำแหง ได้เขียนโครงการศึกษา และ ปฏิบัติธรรมอย่างเป็นระบบแบบแผน เป็นเวลา ๕ ปี เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม เป็นผู้มีปริยัติสูงสุด และปฏิบัติสูงสุด แล้วเผยแผ่และสืบอายุพระพุทธศาสนาได้สูงสุดในลักษณะ ธรรมทูตหญิง ตามวัตถุประสงค์ของเจ้าประคุณท่านอาจารย์พุทธทาส

Mt0721 cr

โดยเปิดโครงการฝึกอบรมตนเพื่อความมีชีวิตพรหมจรรย์ที่หมดจดงดงาม ในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๒ ถึงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ เป็นระยะเวลา ๓ เดือน การจัดอบรมนี้ ได้จัดอย่างต่อเนื่องมาทุกปี จนถึงรุ่นสุดท้าย รุ่นที่ ๒๑ ในปีพ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสรรหาบุคคลที่มีความสนใจในการศึกษาและปฏิบัติธรรมตามจุดมุ่งหมายของโครงการธรรมาศรมธรรมมาตาให้เข้าใจและเข้าถึงความหมายของชีวิตพรหมจรรย์จนเกิดศรัทธาที่จะประพฤติพรหมจรรย์อย่างหมดจดงดงาม และรักษาการดำเนินชีวิตเช่นนี้ไว้จนตลอดชีวิต หรือนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ รวมทั้งสามารถเผยแผ่แก่เพื่อนมนุษย์ให้เกิดความสนใจที่จะประพฤติพรหมจรรย์เพื่อความสงบเย็นแก่ชีวิตของผู้นั้น

Mt0459 cr3

ลักษณะความเป็นอยู่

การเข้ามารับการอบรมของสมาชิกนั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะธรรมทานมูลนิธิ ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่ม ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น อาหาร ยารักษาโรค หลักของการจัดการอบรมนั้น ทุกคนต้องฝึกอบรมตนเอง รู้จักช่วยตัวเอง ช่วยงานส่วนรวม โดยมี “วันกรรมกร” ในทุกวันโกน ซึ่งเป็นการทำงานเพื่อ “เอาเหงื่อล้างตัว” ลดละความเห็นแก่ตัว และได้ฝึกความสามัคคีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เช่นเดียวกับพระภิกษุในสวนโมกขพลาราม

Mt0059 cr3

 

นอกจากนี้ยังงดใช้อุปกรณ์ประเภทฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่น พัดลม เตารีด โทรศัพท์ ฯลฯ ใช้สิ่งของต่าง ๆ อย่างประหยัด และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่นใช้โคมเทียนแทนไฟฉาย ฝึกความเป็นอยู่เรียบง่าย ดำรงชีวิตตามหลักโคตมีสูตร ฝึกอานาปานสติภาวนา ๑๖ ขั้น และศึกษาปริยัติตามหลักสูตร ฯลฯ

ในวันโกนนั้นนอกจากจะเป็นวันทำงานเพื่อส่วนรวม ที่เรียกว่าเป็น “วันกรรมกร” นั้น ในภาคค่ำหลังจากทำวัตรสวดมนต์เย็นแล้วจะมีการประชุมกันเพื่อแต่ละคนจะได้สรุบความผิดพลาดในการปฏิบัติทางจิตของตนในรอบสัปดาห์ว่ามีความผิดพลาดอะไรบ้าง เป็นต้นว่าศีล ๘ ที่ถือปฏิบัติอยู่นั้นได้บกพร่องไปอย่างใด จิตซึ่งต้องระวังรักษาไม่ให้กิเลสและอุปกิเลสทั้งหลายเข้ามาทำให้เศร้าหมองนั้น สามารถรักษาไว้ได้มากน้อยเพียงใด และแจ้งให้ผู้ร่วมปฏิบัติด้วยกัน หรือที่เรียกว่ากัลยาณมิตรได้รับทราบเพื่อเป็นการเตือนสติตนเองและเพื่อนกัลยณมิตรว่าต่อไปจะต้องระวังรักษาจิตให้ยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก การประชุมเช่นนี้เรียกว่า “การบอกบริสุทธิ์” คือเป็นการสำรวจความบริสุทธิ์ของจิตอยู่โดบสม่ำเสมอ และนำมาบอกกันเพื่อให้สำรวมระวังต่อไป

44358945 2253786481321762 8199111332776116224 n

ประวัติอุบาสิการัญจวน อินทรกำแหง

อาจารย์รัญจวนเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นครู นักเขียน นักวิจารณ์วรรณกรรมและสังคม ที่มีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ติดตามผลงานเป็นจำนวนมาก ท่านเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ประธานศูนย์ความเข้าใจอันดีระหว่างชาติ และประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง นอกจากนี้ ท่านยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตติย จุลจอมเกล้า และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

แม้จะประสบความสำเร็จทางโลก แต่ท่านอาจารย์ได้เล่าว่า ข้าพเจ้าเคยรู้สึกว่า ชีวิตเป็นของหนัก หนักจนดูเหลือกำลังที่จะแบก … อันที่จริงกายนั้นก็ยังตั้งตรงดีอยู่ แต่เพราะใจที่เปลี้ยเพลียนั้นต่างหากที่ทำให้รู้สึกไปว่า กายนั้นอ่อนเปลี้ยเพลียลงจนสุดที่จะพยุงไว้ได้ และหัวใจก็อ่อนแรงเต็มที่ … แต่จนแล้วจนรอดก็หารู้ไม่ว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตนี้เป็นของหนัก คงดิ้นรนต่อสู้เพื่อจะเอาชนะมันให้จงได้ แต่ยิ่งดิ้น มันก็ยิ่งร้อยรัด ยิ่งเหมือนถูกผูกมัดด้วยเส้นลวดคมที่ทิ่มแทงให้เจ็บปวดแหลมลึก

รัญจวน อินทรกำแหง

จนต่อเมื่อย้อนมาคิดดู จึงได้เห็นว่า เพราะการดิ้นรนต่อสู้ด้วยความมัวเมาตามใจอยากนั้นเอง … เมื่อเริ่มต้นด้วยความอยาก แล้วก็ต่อไปด้วยความอยากเช่นนี้ แล้วสักเมื่อไหร่ สักเท่าไหร่จึงจะรู้จักพอ รู้จักอิ่ม ทั้งๆ ที่มิได้อดมื้อกินมื้อ  งานการก็พอมีพอทำ ชื่อเสียงความสำเร็จก็พอมีพอได้ แต่เพราะไม่รู้จักอิ่มรู้จักพอ ชีวิตจึงกลายเป็นความหนัก หนักเพราะสนองใจที่อยากได้นั้นไม่หนำใจ

ความทุกข์มันสอน ที่หนักที่เหนื่อยนั้นอยู่ที่ใจ ถ้าจะแก้ความหนักให้เป็นความเบาก็ต้องแก้ที่ใจ แต่จะแก้ด้วยวิธีใด อย่างไร ยังไม่สู้จะเข้าใจนัก แต่รู้ชัดอยู่ว่า ต้องแก้ที่ใจ ถ้าหากปล่อยให้ใจตกจมอยู่ในความทุกข์ดูจะไม่คุ้มกับที่ได้เกิดมา ดังนั้น ตัดสินใจหันชีวิตเข้าสู่หนทางธรรมอย่างแน่นอน!

Runjuan 2 sท

พบกับพุทธทาสภิกขุ

เมื่อยุติบทบาททางโลกเข้าสู่ชีวิตผู้ปฏิบัติธรรมและอาจารย์รัญจวนก็ได้ไปเป็นศิษย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง ต่อมาในปลายพรรษาปี ๒๕๒๔ หลวงพ่อชา อาพาธหนักจนกระทั่งไม่สามารถสอนและอบรมได้อีก อ.รัญจวนจึงได้มอบตนเป็นศิษย์ของพุทธทาสภิกขุ

อาจารย์รัญจวนบันทึกไว้ว่า เมื่อไปถึงสวนโมกข์ตอนเช้าตรู่ (ปลายเดือนกันยายน ๒๕๒๕) ท่านอาจารย์พุทธทาสนั่งอยู่ที่ม้าหินหน้ากุฏิท่าน จำได้ว่า กราบนมัสการท่านแล้วก็พูดเล่าอะไรต่างๆ ที่เป็นความรู้สึกอยู่ในใจขณะนั้น สิ่งที่พูด ที่เล่า ดูล้วนแต่แสดงความดี ความเสียสละของตัวเอง ที่หันชีวิตเข้าสู่ทางธรรม แล้วยังแสดงความอวดรู้ในทางธรรมอีกไม่น้อย

ท่านอาจารย์นั่งฟังด้วยความปกติ ไม่แสดงอาการว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เมื่อท่านปล่อยให้พูดจนสมใจอยากแล้ว ท่านก็บอกให้ไปพักผ่อนเสียก่อนแล้วจึงไปหาท่านอีก

Mt0300 cr3

ตอนเย็นไปกราบนมัสการท่านเพื่อกราบเรียนถามวิธีการปฏิบัติ เวลาไปก็มีรายชื่อหนังสือแผ่นยาวติดไปด้วย … ก็เริ่มต้นด้วยการอ่านรายชื่อหนังสือให้ท่านฟัง … แล้วจบด้วยคำถามว่า ท่านอาจารย์โปรดแนะนำให้อ่านอะไรก่อนหลัง เพื่อจะได้มีความรู้ความเข้าใจธรรมะไปตามลำดับจากเบื้องต้นไปเบื้องปลาย และสามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่จิตได้

คำตอบของท่านอาจารย์คือ

“ไม่ต้องอ่านสักเล่มเดียว! หยุดอ่านได้ เพราะอ่านมามากพอแล้ว เดี๋ยวนี้ให้อ่านแต่หนังสือเล่มใน”

การเฝ้าดูจิต รักษาจิตให้สงบ มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งกระทบ

อาจารย์จึงกลับมาพิจารณาต่อว่า อันที่จริง ก็จริงของท่าน เพราะมีจุดยืนในใจแล้วว่า ต้องการจะหาหนทางหรือวิธีดับทุกข์ที่เกิดที่จิต แล้วจะไปวุ่นวายอยากรู้โน่นรู้นี่ให้มันยุ่งเหยิงไปทำไม่ ยิ่งอยากรู้อะไรๆ ที่ข้างนอกมากๆ ก็ยิ่งไกลจากการรู้ข้างใน คือ “รู้จิต” มากขึ้นทุกที แล้วความทุกข์ก็จะมีแต่เพิ่มทวีขึ้น แต่การอ่านหนังสือเล่มในนี้แสนยาก เพราะไม่มีตัวหนังสือเป็นบรรทัดๆ ให้อ่าน เมื่อมองลงไปเพื่อจะอ่าน ก็ไม่เห็นอะไร

Mt0763 cr3

ในขณะฝึกอ่านหนังสือเล่มในก็ได้ฟังธรรมของท่านอยู่เสมอ … ท่านย้ำชัดว่า ในบรรดาความยึดมั่นถือมั่นอันเป็นต้นเหตุของความทุกข์นั้น ความยึดมั่นถือมั่นในความเป็น “ตัวฉัน” นี่แหละคือรากเหง้าของความทุกข์ทั้งปวง ถ้าสลัดความยึดมั่นถือมั่นนตัวฉันออกไปเสียได้ ความทุกข์ทั้งปวงย่อมสลายไปสิ้น เพราะมันไม่มี “ตัวฉัน” ที่จะเป็นทุกข์อีกต่อไป จะมีอยู่ก็แต่การกระทำที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ … ใช่ไหม?

เมื่อถามตัวเองด้วยคำถามนี้ คำตอบย่อมไม่เป็นอื่น นอกจาก “ใช่ … ใช่แน่แล้ว”

l 2022 10 31 09.03.56

อาจารย์รัญจวนได้กล่าวรำลึกถึง อ.พุทธทาสว่า

“มีสิ่งที่จะกล่าวถึงมากเหลือเกินอย่างที่จะเขียนเป็นหนังสือได้เป็นเล่มๆ แต่ตรงนี้จะขอกล่าวถึงสิ่งที่ประทับใจมาก แต่เพียงเรื่องเดียว คือเรื่องวิธีการสอนและอบรมธรรมะของท่านอาจารย์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ แบบอย่างแห่งความเป็นพุทธทาสของท่าน…พูดได้ว่าที่เป็นเนื้อเป็นตัวอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็ด้วยการได้รับคำสอนและการอบรมจากท่านอาจารย์นี้เอง”

Mt0453 cr3

ท่านอาจารย์รัญจวนเล่าว่า

“การที่ท่านประคุณอาจารย์สวนโมกข์ ได้นำเรื่องของอนัตตา อิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท ตลอดถึงสุญญตา นิพพาน มาบอกกล่าวแก่พวกเรา จึงเท่ากับเป็นการเปิดหนทางให้พวกเราได้รู้และเข้าใจถึงจุดหมายปลายทางของการประพฤติปฏิบัติธรรม ว่ามีหนทางดำเนินอย่างไร และไปสู่จุดหมายสูงสุดคืออะไร ส่วนบุคคลใดปรารถนาจะประพฤติปฏิบัติมากน้อย หรือใกล้ไกลเพียงใด ก็เป็นสิทธิและความพอใจของแต่ละบุคคล แต่ถ้าหากพวกเราไม่ได้มีความรู้ในข้อธรรมะเหล่านี้เลย ก็ย่อมเป็นการน่าเสียดายอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่มีศรัทธาและศักยภาพที่สามารถจะปฏิบัติไปได้ไกลหรืออาจถึงที่สุด แต่เพราะไม่เคยได้ยินได้ฟัง ก็ไม่รู้หนทาง ถ้าต้องเสียเวลาไปค้นคว้าเสาะหาทางเอง ก็อาจไม่ทันแก่กาลเวลาแห่งชีวิตของตน ซึ่งย่อมเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างที่สุดที่โอกาสแห่งชีวิตนี้ได้ถูกปิด เพียงเพราะครูบาอาจารย์บางท่านคิดไปเสียว่า ยากเกินกว่าที่ศิษย์จะเรียนรู้ได้ ในส่วนตัว จึงมีความรู้สึกสำนึกในพระคุณของท่านเจ้าประคุณอาจารย์ฯ อย่างล้นเหลือที่ท่านได้กรุณาสอนและบอกกล่าวให้ฟังอย่างหมดจดสิ้นเชิง ส่วนการจะประพฤติปฏิบัติไปได้เพียงใด ย่อมสุดแล้วแต่ความอุตสาหะบากบั่นอดทนและสติปัญญาแห่งตนเอง เพราะเรื่องของการปฏิบัติเป็นเรื่องเฉพาะตน มิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะมาทำให้แก่ใครได้”

d1073

นอกจากงานภายในสวนโมกขพลารามแล้ว ท่านอาจารย์รัญจวนได้มีส่วนเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปอย่างกว้างขวาง โดยจากนั้นท่านยังริเริ่มงานการเผยแผ่ธรรมสารพัดอย่าง ผ่านหลายโอกาสและสื่อทั้งหนังสือและโทรทัศน์ ท่านได้จัดรายการ “ธรรมสนทนา” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ จนถึงปี ๒๕๕๐ รวม ๒๐ ปี จัดเป็นรายการที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทุกระดับ และได้รับการตอบสนองจากผู้ชมว่า “พูดธรรมะ เข้าใจง่าย แต่ก็ถึงแก่นของพระธรรม”

71958525 2913944011972669 5975491254786457600 n

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีได้เขียนชมเชยในสยามรัฐรายวันว่า “อุบาสิกา คุณรัญจวน อินทรกำแหง มีรายการโทรทัศน์ซึ่งท่านสอนพุทธศาสนาด้วยวิธีตอบคำถามแก่ผู้ที่ไปร่วมรายการกับท่าน เป็นการสอนตามแบบที่เขาเรียกกันว่า ไดอะเลกติก ในภาษาอังกฤษ คุณความดีของรายการนี้มีอยู่มาก ผมอาจพูดได้ว่า ผมไม่เคยเห็นรายการศาสนาใดๆ ที่ออกมาทางโทรทัศน์ดีเท่ารายการนี้”

aaa

ในส่วนของงานเขียนทางธรรม ท่านมีงานเขียนที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง อาทิ ลอยธรรมะมาลัย, สวนโมกข์ทำไม? ทำไมสวนโมกข์?, ก่อนหยุด – หยุดก่อน, การบริหารจิตเพื่อพิชิตปัญหา และ ได้รับรางวัลวรรณกรรมไทยชมเชย มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ เรื่อง “สวนโมกข์ทำไม? ทำไมสวนโมกข์?” ภาคสอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗

งานอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น อัลบั้มงานเพลงปรมัตถ์ชุดแรกของไทยในชื่อ “๘๐ ปีแห่งความทรงจำ” หรือ “ลอยธรรมะมาลัย” ก็ปรากฏสู่แวดวงเพลงและธรรม แล้วท่านยังยกทัพธรรมถึงกรุงเทพ ด้วยงานสัปดาห์พุทธทาส-พุทธธรรมที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ จนเลื่องลือ

Mt0727 cr3

บนเส้นทางของนักปฏิบัติฯ อาจารย์ไม่ได้มุ่งให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทุกข์เพียงลำพัง และด้วยจิตวิญญาณของความเป็น “ครู” จึงพยายามจุดประกายธรรมสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบรรยาย เขียนบทความและหนังสือ เพื่อบันทึกประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมและหลักธรรมต่างๆ ให้เป็นกำลังใจแก่ผู้ร่วมเดินบนเส้นทางสายนี้ จนได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ โดยรางวัลสำคัญคือ “Outstanding Woman in Buddhism” เนื่องในวาระวันสตรีสากลโลกขององค์การสหประชาชาติปี 2548
ชีวิตในบั้นปลายและการจากไปอย่างสงบ

Mt0588

ในบั้นปลายของชีวิตท่านอาจารย์รัญจวนได้พำนักปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งมีพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เป็นเจ้าอาวาส และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน และถึงแก่กรรมด้วยอาการอันสงบ

ท่านอาจารย์รัญจวนได้เคยกล่าวไว้ว่า เมื่อใดที่บังเกิดความรู้สึก มี “ธรรมะ” เป็นเพื่อน มี “ธรรมะ” เป็นชีวิต เมื่อนั้นความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง อาจหาญ เป็นสุขสงบย่อมบังเกิดขึ้นอย่างเป็นประจักษ์พยานในตนเอง และในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของ อุบาสิกา คุณรัญจวน อินทรกำแหง ท่านก็แสดงให้ประจักษ์ว่า เมื่อมีการปฏิบัติธรรมจริง ย่อมได้รับผลของการปฏิบัตินั้นจริง ชีวิตของท่านจึงสมบูรณ์พร้อมทั้ง ปริยัติ ปฏิบัติ และ ปฏิเวธ

ศิษย์ผู้ใกล้ชิดและดูแลท่านอาจารย์จนถึงนาทีสุดท้ายได้เล่าว่า “คำพูดสุดท้ายที่ท่านกล่าวย้ำซ้ำหลายรอบด้วยระดับเสียงที่แผ่วลงๆ เป็นลำดับ มีอยู่ประโยคเดียวอย่างมั่นคงจนถึงนาทีสุดท้าย คือ เห็นพระพุทธเจ้า เห็นพระธรรมเจ้า เห็นพระสังฆเจ้า เป็นการจบที่สงบ สบาย และสง่างามที่สุด” ในเวลา ๑๕.๒๐ น. วันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ณ โรงพยาบาลศิริราช ท่านอาจารย์มีอายุรวม ๙๔ ปี ๑๑ เดือน ๕ วัน

P1040845 cr3

ธรรมาศรมธรรมมาตาในปัจจุบัน

หลังจากที่อุบาสิกา คุณรัญจวน อินทรกำแหงได้ละสังขารเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. ๒๕๕๙ โครงการฝึกอบรมตนเพื่อความมีชีวิตพรหมจรรย์ที่หมดจดงดงาม ยังคงได้รับการจัดการอบรมต่อมาจนถึงปีพ.ศ.๒๕๖๐ เป็นปีสุดท้าย ด้วยวัยที่สูงอายุมากขึ้น และปัญหาสุขภาพเป็นเหตุปัจจัยให้คณะวิทยากรต้องแยกย้ายกันไปพักปฏิบัติตามที่ต่างๆ ที่เหมาะควรแก่อัตภาพของตน

ในปัจจุบัน ธรรมาศรมธรรมมาตายังคงเปิดให้สตรีผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมเข้าอยู่ปฏิบัติด้วยตนเอง โดยที่พักและอาหาร (มังสวิรัติ)ตลอดการเข้าพัก ได้รับการสนับสนุนจากธรรมทานมูลนิธิ สวนโมกขพลาราม

Share