ชื่อนั้นสำคัญไฉน: ที่มาและความหมายของชื่อ “พุทธทาส”
106908715_604920527123816_7328090203898627967_n

ชื่อนั้นสำคัญไฉน: ที่มาและความหมายของชื่อ "พุทธทาส"

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

ท่านพุทธทาสภิกขุ (พระธรรมโกศาจารย์: เงื่อม อินทปัญโญ) คือหนึ่งในสมณะผู้ทรงอิทธิพลทางปัญญาอย่างสูงยิ่งต่อสังคมไทยร่วมสมัย ท่านเป็นนักคิด นักเขียน และนักปฏิรูปคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่มุ่งนำเสนอแก่นธรรมอันบริสุทธิ์ให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทุกระดับชั้น ผ่านการก่อตั้งสวนโมกขพลารามและผลงานธรรมเทศนาจำนวนมหาศาล ตลอดชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย ทั้งในรูปแบบการแสดงธรรมและงานเขียน ซึ่งได้จุดประกายให้เกิดการตื่นตัวทางสติปัญญาและท้าทายความเข้าใจเดิมๆ ที่มีต่อพระพุทธศาสนา ทว่านอกเหนือจากมรดกทางธรรมอันล้ำค่าแล้ว แม้แต่ “นาม” ที่ท่านเลือกใช้ ก็ยังแฝงไปด้วยนัยและความหมายอันลึกซึ้งควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

พุทธทาส

จาก “นามปากกา” สู่ “นามแห่งชีวิต”

หลายคนอาจเข้าใจว่าชื่อ “พุทธทาส” เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านอุปสมบทแล้ว แต่จากคำบรรยายของท่านเองในวาระต่างๆ ได้ชี้ให้เห็นว่า ท่านเริ่มใช้นามนี้เป็น “นามปากกา” สำหรับเขียนบทความเผยแผ่พระพุทธศาสนาลงในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นฆราวาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปณิธานอันแน่วแน่ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ท่านจึงเห็นว่านามนี้ยิ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์และเส้นทางที่เลือกเดิน จึงได้ยึดถือใช้เป็นนามเรียกขานตนเองนับแต่นั้นมา

“อาตมาใช้คำว่า “พุทธทาส” เป็นชื่อปากกาสำหรับเขียนข้อความไปลงหนังสือ พิมพ์รายวันที่กรุงเทพฯ  แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรื้อพื้นพุทธศาสนานี่ ใช้ชื่อปากกาว่า “พุทธทาส” มาตั้งแต่ ก่อนบวช เพราะมันเหมาะสมกับงานที่อยากจะทำ ทีนี้พอบวชแล้วก็ยิ่งเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ก็ใช้คำว่าพุทธทาส ตลอดมา มันมาเข้ากับความหมายในคำทำวัตรเย็นว่า พุทธัสสาหัสมิ ทาโสวะ นี่เป็นทาสของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มันก็ยิ่งดี คำนี้มันก็เหมาะแล้ว”  – พุทธทาสภิกขุ (แสดงธรรมล้ออายุ ปี 2522 ครั้ง 1 เรื่องเกี่ยวกับการมีสวนโมกข์และเล่าประวัติส่วนตัว)

นาม “พุทธทาส” ได้สะท้อนความหมายอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อพิจารณาถึงบทสวดทำวัตรเย็นที่พระภิกษุต้องสวดเป็นประจำทุกวัน ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “พุทธัสสาหัสมิ ทาโสวะ” อันแปลว่า “ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า” สำหรับท่านแล้ว นี่มิใช่เป็นเพียงการสวดตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่คือการตอกย้ำสัตยาธิษฐานในทุกๆ วัน นามนี้จึงมิใช่เพียงชื่อเรียก แต่คือการประกาศปณิธานแห่งการอุทิศตน คือการมอบกายถวายชีวิตเพื่อรับใช้พระบรมศาสดาอย่างแท้จริง

“อุทิศตั้งจิตว่าเราจะทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา อย่างกับว่ารับใช้พระพุทธองค์ให้สมกับหน้าที่ของพระสาวกที่บวชแล้ว ทุกเย็นไม่ว่าวัดไหนก็สวดทำวัตรเย็น ในบททำวัตรเย็นมันก็มีคำชัดเลยว่า ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า มันสวดอยู่อย่างนี้ทุกวันๆ เป็นธรรมเนียมหรือว่าเป็นวินัยเป็นระเบียบที่จะต้องสวด มันก็ยิ่งเข้ารูป เข้ารูปกันกับเราที่ตั้งใจอยู่ว่าจะรับใช้พระพุทธเจ้า ในฐานะที่เป็นทาส สมกับที่เรียกตัวเองว่า พุทธทาส และก็ได้ทำงานอย่างนั้น” – พุทธทาสภิกขุ (สัมภาษณ์ออกอากาศทางโทรทัศน์)

Untitled 2

นามเดียวที่ไม่เปลี่ยน ท่ามกลางสมณศักดิ์ที่แปรผัน

ตลอดสมณเพศ ท่านอาจารย์พุทธทาสได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สูงขึ้นตามลำดับ จากพระครูอินทปัญญาจารย์ สู่พระราชชัยกวี จนถึงชั้นสุดท้ายที่พระธรรมโกศาจารย์ แต่ท่านยังคงเลือกใช้ชื่อ “พุทธทาส” ในการทำงานและติดต่อสื่อสารเป็นหลัก ซึ่งท่านได้ให้เหตุผลไว้ในเชิงปฏิบัติว่า การเปลี่ยนแปลงสมณศักดิ์บ่อยครั้งสร้างความสับสน โดยเฉพาะในการติดต่อกับชาวต่างชาติ การใช้นามเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงจึงสะดวกและง่ายต่อการจดจำมากกว่า

“เดี๋ยวนี้ชื่อมันมีหลายชื่อ ชื่อตั้งแต่เกิดมา ชื่อเงื่อม ต่อมาก็เล่าเรียนเป็นมหาเงื่อม แล้วก็เป็นพระครูอินทปัญญาจารย์ ต่อมาเป็นพระอริยนันทมุนี ต่อมาเป็นพระราชชัยกวี ต่อมาเป็นพระเทพวิสุทธิเมธี แต่เดี๋ยวนี้เป็นชื่อที่เปลี่ยนเรื่อยมันลำบากกับชาวต่างประเทศมันลำบากอีกหลายๆ อย่าง เราเลยใช้ชื่อที่ไม่ต้องเปลี่ยนคือชื่อที่มาบวชนี่ อุปัชฌายะให้ชื่อฉายาว่า อินทปัญโญ ทีนี้ก็ใช้ชื่อตัวให้เขียนง่ายๆ ภาษาอังกฤษได้ว่า พุทธทาส ชื่อว่า เงื่อม นี่เขียนภาษาอังกฤษลำบากที่สุดและไม่เคยออก เขียนว่าเงื่อมได้ก็จะต้องใช้คำที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ตายตัว ใช้คำว่า “พุทธทาส” เป็นชื่อตัว อินทปัญโญ เป็นฉายา เรียกว่า พุทธทาส อินทปัญโญ ถ้าจะเอาให้สั้นที่สุดคำเดียวก็คือ พุทธทาส” – พุทธทาสภิกขุ (สัมภาษณ์ออกอากาศทางโทรทัศน์)

465605551 9191881677512173 2121682452230112257 n

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้นามนี้แทนสมณศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานก็นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บางกลุ่มมองว่าท่านอวดดี ไม่ให้เกียรติยศที่ได้รับ แต่ท่านได้ชี้แจงว่ามิได้รังเกียจสมณศักดิ์ และยอมรับว่ามีประโยชน์ในบางวาระ เพราะเมื่อผู้มีสมณศักดิ์สูงกล่าวธรรม คนย่อมให้ความสนใจมากกว่า แต่ในการทำงานเพื่อรับใช้ผู้คนอย่างใกล้ชิดและเข้าถึงแก่นแท้ของปัญหา การวางตนในฐานะ “พุทธทาส” นั้นเรียบง่าย ขจัดกำแพงแห่งสมมติบัญญัติ และเหมาะสมกับวิถีชีวิตที่สมถะมากกว่า

“มีคนเอาไปล้อว่าอาตมานี่อวดดี เขาให้เป็นเจ้าคุณแล้วก็ไม่ใช้ชื่อ เจ้าคุณ ไปใช้ชื่อพุทธทาส…ไม่ใช่ว่าจะดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตั้งให้เป็นเจ้าคุณชื่อนั้นชื่อนี้แล้วมันก็ไม่ใช้  อาตมาไม่ได้รังเกียจสมณศักดิ์หรือการแต่งตั้งบัญญัติอย่างนี้…เคยปรึกษากันแล้วว่ามันมีประโยชน์ ถ้าว่าพระ ก. พูด กับเจ้าคุณ ก.พูด นี่ คนก็จะเอาใจใส่ ต่างกันมาก พระ ก. พูดนี่ไม่มีใครเชื่อไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าเจ้าคุณ ก. สมเด็จ ก. พูดแล้วคนเขาสนใจ เขายินดี เขาไป ใคร่ครวญศึกษากัน อย่างละเอียดลออนี่มันดีกว่ากันอย่างนี้  แล้วทำไมเราต้องไปรังเกียจสมณศักดิ์ราชทินนามอะไร ทำนองนั้น มันก็เอาไว้ใช้ในทางนั้นก็เป็นประโยชน์” – พุทธทาสภิกขุ (แสดงธรรมล้ออายุ ปี 2522 ครั้ง 1 เรื่องเกี่ยวกับการมีสวนโมกข์และเล่าประวัติส่วนตัว)

“อาตมาไม่ได้อวดดี ไม่ได้ตั้งแฟชั่นใหม่ ชวนเพื่อนๆ กันเซ็นชื่อเป็นไอ้พุทธทาส อะไรทาส     ไม่ใช้คำว่าเจ้าคุณ หรือพระครู นี้ไม่ใช่ดูหมิ่นดูถูก ไอ้ยศศักดิ์ เกียรติยศนั่น  เหล่านั้นมันก็มีประโยชน์  มันก็เก็บไว้ใช้ในลักษณะที่มันสมกัน แต่ถ้าจะรับใช้ประชาชนอย่างท่านทั้งหลายแล้ว ทำงานอย่างพุทธทาส ดีกว่าที่จะเป็นเจ้าคุณ” – พุทธทาสภิกขุ (แสดงธรรมล้ออายุ ปี 2520)

326093497 864720801425278 7550927626994284901 n

ความหมายที่ลึกซึ้งของ “ทาสแห่งพระธรรม”

หัวใจสำคัญของนาม “พุทธทาส” อยู่ที่ความหมายเชิงปรัชญาที่ลึกซึ้ง ท่านอาจารย์ได้จำแนก “ทาส” ออกเป็นสองนัยยะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ “ทาสของมนุษย์” ซึ่งตกอยู่ใต้อำนาจการบงการและมักนำไปสู่ความทุกข์ กับ “ทาสของพระธรรม” ซึ่งถือเป็นอุดมคติอันสูงส่ง เพราะเป็นการยอมตนโดยสมัครใจต่อสัจธรรมและความดีงาม

“ถ้าเป็นทาสมันเป็นสองความหมาย ตรงกันข้ามหรือแย้งกันอยู่เสมอไป จะยกตัวอย่างเช่นว่า เป็นทาสของมนุษย์อยู่ด้วยกันเนี่ย กับ เป็นทาสของพระธรรมเนี่ย มันไม่เหมือนกัน เรายอมเป็นทาสของพระธรรม อย่างอาตมาเนี่ย เรียกตัวเองว่าพุทธทาส สมัครเป็นของพระพุทธเจ้า คือเป็นทาสของพระธรรม มันก็ไปไหนไม่รอด มันก็มีแต่ที่จะประกอบหรือประพฤติหรือกระทำ อยู่แต่ในคลองของธรรม แต่ถ้าเป็นทาสของคน มันก็แล้วแต่คนเขาจะใช้ มันคนละอย่างนะ เพราะงั้นคำว่าทาสเนี่ย ระวังไว้ให้ดี มันมีอยู่ 2 ความหมาย มันเป็นอุดมคติก็ดี แล้วเป็นทาสของธรรมมะ แล้วมันทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากประพฤติตามธรรมมะ แล้วมันก็ไม่มีผิด มันก็แก้ปัญหาได้” – พุทธทาสภิกขุ อบรมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กลุ่มพุทธศาสตร์ เรื่อง ภาษาเกี่ยวกับการเมือง  (ที่เข้าใจว่ายังสับสนกันอยู่เกี่ยวกับอุดมคติทางการเมือง)

การประกาศตนว่าเป็น “พุทธทาส” คือการสมัครใจนำตนเองเข้าไปผูกมัดไว้กับพระธรรมวินัย เป็นการยอมตนเป็นทาสของความถูกต้องดีงาม ซึ่งจะทำให้ชีวิตไม่สามารถออกนอกลู่นอกทางของธรรมะไปได้ การเป็นทาสในลักษณะนี้จึงมิใช่การสูญเสียอิสรภาพ แต่กลับเป็นการมุ่งหน้าสู่อิสรภาพที่แท้จริง คือความหลุดพ้นจากกิเลส ยิ่งไปกว่านั้น การวางตนอยู่ในฐานะที่ต่ำที่สุด คือ “ทาส” ยังเป็นเครื่องป้องกันความทะนงตนและความเย่อหยิ่ง ทำให้ไม่สามารถดูถูกดูหมิ่นผู้ใดได้ เพราะตระหนักอยู่เสมอว่าตนเป็นเพียงผู้รับใช้พระพุทธองค์เท่านั้น

ดังนั้น นาม “พุทธทาส” จึงมิใช่เป็นเพียงชื่อที่ใช้เรียกขานบุคคล แต่คือบทสรุปของทั้งชีวิต อุดมการณ์ และปณิธานของพระเถระรูปสำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นนามที่ประกาศถึงการรับใช้อย่างถึงที่สุด การถ่อมตนอย่างที่สุด และการยึดมั่นในพระธรรมอย่างที่สุด และในท้ายที่สุด ยังเป็นนามที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเป็น “พุทธทาส” ผู้รับใช้พระธรรมในวิถีของตนได้ด้วยกันทั้งสิ้น

106804630 604920533790482 509216641782844496 n

 

ตราประทับชื่อพุทธทาสภิกขุ สลักเป็นข้อความภาษาจีนแต้จิ๋ว อ่านว่า “ฮุกส่ายปีคิว” ซึ่งแปลว่า “ภิกษุผู้เป็นทาสของพระพุทธเจ้า”

107856001 604929587122910 5348120488700341247 n

การใช้งานของตราประทับนี้ พุทธทาสภิกขุใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหนังสือ และเพื่อยืนยันตัวตนของท่านเอง

 

พุทธทาสทุกคน

อ.พุทธทาสยังชี้ว่า คำว่า “พุทธทาส” ไม่ใช่เพียงชื่อของท่านแต่คือความหมายที่ซ่อนอยู่ในใจของชาวพุทธทุกคน ที่ใช้ชีวิตและสติปัญญาเพื่อรับใช้พระพุทธเจ้า ไม่ว่าพวกเขาจะเรียกตนเองว่า ‘พุทธทาส’ หรือไม่ก็ตาม หากได้ช่วยรักษา บำรุง และเผยแผ่พระพุทธศาสนา นั่นก็คือการเป็นพุทธทาสด้วยกันทั้งสิ้น

“งานทุกชิ้นทำเพื่อรับใช้พระพุทธเจ้าด้วยการเผยแผ่พุทธศาสนา ทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งที่ทั้งวัดทั้งวานี้ทั้งจิตทั้งใจความคิดสติปัญญาเอามาใช้รับใช้พระพุทธเจ้าหมด นี่คือความหมายของคำว่า “พุทธทาส” เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่าไม่มีอะไรดีกว่า ชีวิตของเราจะอยู่ไปอีกกี่ปีก็ตามใจ มันก็จะใช้เป็นประโยชน์ที่สุดและสูงสุดมันก็ควรจะทำงานนี้คือรับใช้พระพุทธเจ้า ด้วยการทำให้พุทธศาสนาแพร่หลายไปมีประโยชน์แก่คนทุกคนในโลกก็แล้วกัน นี่คือต้นเหตุแห่งพุทธทาส การกระทำของพุทธทาส โดยผลที่มุ่งหวังของพุทธทาส มันคิดด้วยความรู้สึกบริสุทธ์ใจว่าพุทธบริษัททุกคนเป็นพุทธทาสอยู่แล้วในตัว ไม่ใช่เป็นแต่เราหรอกแต่เขาก็ทำงานอย่างพุทธทาสอยู่แล้วทุกคน ช่วยรักษาบำรุงเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่เขาไม่เรียกตัวเองว่าพุทธทาสก็ตามใจเขา แต่งานของเขาก็มีลักษณะเป็นพุทธทาสเหมือนกัน ดังนั้น เราก็ไม่ยกตัวไม่อวดดีไม่จองหองพองขนว่าเป็นพุทธทาสแต่เราคนเดียวเท่านั้น ทุกคนทำหน้าที่อย่างนี้แล้วก็เป็นพุทธทาสด้วยกันทุกคน นี่ความรู้สึกที่มีอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับคำว่า “พุทธทาส” – พุทธทาสภิกขุ (สัมภาษณ์ออกอากาศทางโทรทัศน์)

ที่มา

1. แสดงธรรมล้ออายุ ปี 2520 ครั้ง 1 ภาคเช้า  https://pagoda.or.th/buddhadasa/2520-1-3.html

2. แสดงธรรมล้ออายุ ปี 2522 ครั้ง 1 เรื่องเกี่ยวกับการมีสวนโมกข์และเล่าประวัติส่วนตัว) https://pagoda.or.th/buddhadasa/2522-1-2.html

3. สัมภาษณ์ออกอากาศทางโทรทัศน์ https://pagoda.or.th/buddhadasa/2019-05-24-06-28-26.html

Share