เดินเพื่อสันติ: เมื่อการเดินของพระ 2300 ไมล์ในอเมริกาช่วยเยียวยาใจของคนอเมริกันและทั่วโลก
Buddhist_Monks_Peace_Walk_19500

เดินเพื่อสันติ: เมื่อการเดินของพระ 2300 ไมล์ในอเมริกาช่วยเยียวยาใจของคนอเมริกันและทั่วโลก

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

“พวกเราไม่ได้เดินเพื่อประท้วง แต่เพื่อปลุกสันติภาพที่มีอยู่แล้วภายในตัวเราทุกคน”

ในช่วงเวลาที่โลกส่งเสียงดังด้วยความขัดแย้ง การแข่งขัน การเมืองที่แตกแยกและบาดแผลที่ยังไม่ทันสมาน สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากกำลังตามหา อาจไม่ใช่คำอธิบายใหม่ ๆ แต่คือ ความสงบภายใน ที่หายไปจากชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ผู้คนสัมผัสได้จากภาพการเดินครั้งนี้ อาจไม่ใช่พิธีกรรมทางศาสนา หากคือความจริงบางอย่างที่มนุษย์ทุกชาติคุ้นเคยดี — ความทุกข์ ความเปราะบาง และความปรารถนาจะมีสันติในใจ และอาจเพราะเหตุนี้เอง การเดินข้ามรัฐอย่างสงบของพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งพร้อมสุนัขหนึ่งตัวด้วยเจตจำนงเดียวคือ “สันติภาพ”  จึงกลายเป็นไวรัล มีผู้ติดตามหลายล้านคน และสร้างแรงสะเทือนไปตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่าน

การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 จากวัดพุทธเวียดนามในรัฐเท็กซัส และมุ่งหน้าไปยังสิ้นสุดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ระยะทางรวม 2300 ไมล์ พระสงฆ์เหล่านี้ไม่ได้เดินเพื่อการประท้วง, เรี่ยไรหรือเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เดินเพื่อ “พบผู้คน” และส่งต่อการฝึกสติ การให้อภัย และการเยียวยา ผ่านการกระทำ มากกว่าคำพูด

“Walk for Peace คือเครื่องเตือนใจที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย ว่าความเป็นหนึ่งเดียวและความเมตตา เริ่มต้นจากภายในใจของเรา และสามารถแผ่ขยายออกไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้”

“ความหวังของผมคือ เมื่อการเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลง ผู้คนที่เราได้พบจะยังคงฝึกสติ และค้นพบความสงบในชีวิตของตนเองต่อไป” พระภิกษุพรรณการะ ผู้นำกลุ่มกล่าว

และสิ่งนี็ก็เกิดขึ้นแม้กับคนต่างศาสนาหรือไม่มีศาสนาก็ตาม

เพื่อนร่วมทุกข์-ร่วมทาง

พระสงฆ์ทั้ง 19 รูป มาจากวัดเถรวาททั่วโลก และเริ่มต้นการเดินทางระยะทาง 2,300 ไมล์ (3,700 กิโลเมตร) จากศูนย์วิปัสสนาภาวนาหว่องด่าว ในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ

นี่เป็นการเดินทางข้ามประเทศในสหรัฐฯ ครั้งแรกของพระพรรณการะ แต่ก่อนหน้านี้ท่านเคยเดินจาริกผ่านหลายประเทศในเอเชียใต้ รวมถึงการเดินทาง 112 วันข้ามประเทศอินเดียในปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้พบกับ “อาโลกะ” เป็นครั้งแรก มันเป็นสุนัขพื้นเมืองอินเดีย ในเวลานั้น อาโลกะเป็นสุนัขจรจัด และมันเดินตามพระพรรณการะและพระสงฆ์รูปอื่น ๆ จากเมืองโกลกาตาทางตะวันออกของอินเดีย ไปจนถึงชายแดนประเทศเนปาล ช่วงหนึ่งมันล้มป่วยอย่างหนัก พระพรรณการะอุ้มมันขึ้นมา และดูแลจนมันฟื้นตัว ท่านตั้งชื่อให้มัน ชื่อนั้นมีความหมายว่า “แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์” ในภาษาสันสกฤต

ทุกวันนี้ อาโลกะเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านเดินหน้าต่อไปในยามที่รู้สึกท้อแท้ แม้ในวันที่ยากเย็น เช่น เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ระหว่างที่พระสงฆ์กำลังเดินอยู่บนทางหลวงหมายเลข 90 ใกล้เมืองเดย์ตัน รัฐเท็กซัส รถคุ้มกันของพวกเขาถูกรถบรรทุกที่คนขับขาดสมาธิพุ่งชน ทำให้พระสงฆ์สองรูปได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นต้องสูญเสียขา ส่งผลให้จำนวนพระสงฆ์ในกลุ่มลดลงเหลือ 18 รูป แต่พวกท่านก็ยังเดินต่อไป

Buddhist Monks Peace Walk 16707

เมื่อสังคมที่ไม่รู้จักกัน ต้อนรับกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การเดินครั้งนี้สามารถก้าวข้ามเส้นแบ่งทางอุดมการณ์และศาสนาได้อย่างน่าประหลาดใจ การยืนอยู่ร่วมกันของพระสงฆ์พุทธกับลานโบสถ์คริสต์ หรือการต้อนรับจากผู้คนที่ไม่ได้มีศาสนาเดียวกัน ชี้ให้เห็นรูปแบบของความอยู่ร่วมกันที่ไม่ได้ตั้งศาสนาใดเป็นศูนย์กลาง

สิ่งที่เชื่อมผู้คนเหล่านี้เข้าด้วยกัน ไม่ใช่ความเชื่อเดียวกัน แต่คือการเป็น เพื่อนทุกข์ ที่มีบาดแผลของความเป็นมนุษย์ร่วมกัน

พระสงฆ์ได้รับการต้อนรับในลานโบสถ์ ศาลาว่าการเมือง ฟาร์มส่วนตัว และจัตุรัสกลางเมือง ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มายืนร่วมกันในความสงบเดียวกัน

มีผู้คนหลายพันคนมารวมตัวกันที่เมืองโคลัมเบีย รัฐเซาท์แคโรไลนา ที่ซึ่งพระสงฆ์สวดมนต์บนบันไดอาคารรัฐสภา และได้รับประกาศเกียรติคุณจากนายกเทศมนตรีของเมือง แดเนียล ริคเคนมันน์

ที่เมืองโอเปไลกา รัฐแอละแบมา ศาสนาจารย์แพทริก ฮิทช์แมน-เครก ได้ต้อนรับพระสงฆ์ในคืนวันคริสต์มาส ณ โบสถ์เมทอดิสต์ของเขา เขาคาดว่าจะมีผู้คนมาร่วมเพียงเล็กน้อย แต่กลับมีคนมาประมาณ 1,000 คน จนบรรยากาศคล้ายงานเทศกาลริมถนน พระสงฆ์ดูราวกับนักปราชญ์จากตะวันออกที่ปรากฏตัวในวันประสูติของพระคริสต์ เขากล่าว “ใครก็ตามที่ทำงานเพื่อสันติภาพของโลกในแบบที่เปิดเผยและเสียสละ กำลังยืนอยู่ใกล้หัวใจของพระเยซู ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือประเพณีเดียวกับเราหรือไม่ก็ตาม” ฮิทช์แมน-เครกกล่าว

“ผมประทับใจอย่างมากกับจำนวนผู้คนและความหลากหลายของผู้ที่มาร่วมงาน”

ที่ฟาร์มคอลลินส์ในเมืองคัสเซตา รัฐแอละแบมา จูดี คอลลินส์ อัลเลน ผู้ดูแลฟาร์ม กล่าวว่า มีผู้คนราว 200 คนมาพบพระสงฆ์ ซึ่งเป็นการรวมตัวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นในสถานที่แห่งนี้

“มันมีความสงบ ความอบอุ่น และความรู้สึกของชุมชน ระหว่างผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และนั่นเป็นสิ่งที่พิเศษมาก” เธอกล่าว

บรูค เชดเนค ศาสตราจารย์ด้านศาสนาจากวิทยาลัยโรดส์ ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี กล่าวว่า ประเพณีการเดินเพื่อสันติภาพในพุทธศาสนาเถรวาทเริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 เมื่อพระมหาโฆสนันทะ พระสงฆ์ชาวกัมพูชา นำขบวนเดินผ่านพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิดจากสงคราม เพื่อฟื้นฟูการเยียวยาของชาติหลังสงครามกลางเมืองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

“การเดินเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนและฟื้นฟูศรัทธา” เชดเนคกล่าว “เจตนาหลักคือให้ผู้อื่นได้เห็นและเกิดแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ผ่านคำพูดมากนัก แต่ผ่านการที่พวกเขายอมเสียสละด้วยการเดินและทำให้ตนเองปรากฏให้เห็น”

การเดินครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของธรรมะเชิงการกระทำ ธรรมะที่ไม่จำเป็นต้องถูกอธิบายหรือประกาศ แต่ปรากฏผ่านการกระทำซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอ ผู้คนไม่ได้ถูกชักชวนด้วยถ้อยคำ แต่ถูกเชื้อเชิญด้วยภาพของความสงบ ความอ่อนโยน และการไม่หนีจากความจริง

Buddhist Monks Peace Walk 45710

เยียวยาใจข้ามศาสนา

สำหรับหลายคน การได้เห็นพระสงฆ์เหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่เป็นเรื่องของการเยียวยา เบคกี เกเบิล ขับรถเกือบ 400 ไมล์ (ประมาณ 640 กิโลเมตร) จากเมืองคัลแมน รัฐแอละแบมา เพื่อไปพบพระสงฆ์ที่เมืองซาลูดา เธอเติบโตมาในครอบครัวเมทอดิสต์ เธอกล่าวว่าเธอต้องการการปลดปล่อยจากความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวและพ่อแม่ของเธอ

“ฉันแค่รู้สึกจากใจว่ามันจะช่วยให้ฉันมีความสงบ” เธอกล่าว “บางที ฉันอาจจะก้าวไปข้างหน้าในชีวิตได้อีกนิดหนึ่ง”

เธอบอกว่า ในดวงตาของพวกเขา เธอเห็นความสงบ ทั้งที่ร่างกายของพวกเขาต้องเผชิญความทรมานอย่างหนัก

บทส่งท้าย: การเดินของพระสงฆ์ และคำถามที่ยังเดินต่อ

มนุษย์ทุกคนในโลกมันจะประกาศตัวว่าถือศาสนาไหนเป็นชาติอะไร มันก็มีกิเลสเหมือนกันและมีความทุกข์เหมือนกัน  – พุทธทาสภิกขุ

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยง ความสูญเสีย หรือการต้อนรับจากผู้คนต่างศาสนา ล้วนสะท้อนความจริงร่วมกันบางอย่างของความเป็นมนุษย์และชวนให้เรามองลึกๆ ว่าสิ่งที่เชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน อาจไม่ใช่ความเชื่อเดียวกัน แต่คือความทุกข์แบบเดียวกันของความเป็นมนุษย์ ชวนให้นึกถึง ถึงคำอธิบายของพุทธทาสภิกขุว่า ศาสนาทั้งหลายต่างกำลังพูดถึงเรื่องเดียวกัน เพียงใช้ภาษาที่ต่างกัน ตามปณิธานข้อ 2 ของพุทธทาสภิกขุ เรื่อง “การทำความเข้าใจระหว่างศาสนา” ที่ท่านปรารถนาจะให้เกิดการสร้างความเข้าใจ ความสามัคคี และการร่วมมือกันระหว่างศาสนาต่างๆ เพื่อช่วยเหลือโลกให้เกิดสันติภาพ

ทุกศาสนาล้วนมุ่งไปสู่สันติสุขในใจคน และเมื่อสันติภายในเกิดขึ้นจริง ก็จะค่อย ๆ แผ่ออกมาเป็นสันติภาพในสังคม ความรู้สึก “ตัวกูของกู” ที่มนุษย์ทุกวัฒนธรรมคุ้นเคย คือรากของความเห็นแก่ตัว และเป็นที่มาของความไม่สงบและความทุกข์ของคนทุกชาติ จึงเป็นที่น่ายินดีที่สิ่งที่ท่านตั้งใจได้เกิดขึ้นแล้วที่มุมหนึ่งของโลก

สิ่งที่การเดินครั้งนี้เตือนใจเราได้ดี คือ ธรรมะไม่จำเป็นต้องเป็นคำสอนหรืออธิบาย แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็น และมันมีพลังที่จะก้าวข้ามความต่างของผู้คน…การเดินของพระสงฆ์คงจบลงในไม่ช้า แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือคำถามที่ว่า…พวกเราจะเดินไปในโลกอย่างด้วยสันติเพื่อส่งต่อความเข้าใจและการเยียวยาให้คนอื่นได้อย่างไร?

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Share