ดูหนังหาแก่นธรรม – Still Alice กับ อุ๋ย บุดด้าเบลส
ดูหนังหาแก่นธรรม - Still Alice

ดูหนังหาแก่นธรรม - Still Alice กับ อุ๋ย บุดด้าเบลส

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

Still Alice: เมื่อความทรงจำเลือนหาย เรายังเป็นคนเดิมอยู่หรือไม่

Still Alice เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อยๆ สูญเสียความทรงจำ ภาษา และความสามารถที่เคยใช้บอกว่าเธอเป็นใคร จนคำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าเธอจะลืมอะไรไปอีก แต่คือ เมื่อสิ่งที่ประกอบกันเป็น “ตัวฉัน” กำลังเลือนหาย เธอยังคงเป็น Alice อยู่หรือไม่

[คำเตือน บทความนี้เป็นการมองเรื่องราวผ่านพุทธธรรม และมีการเปิดเผยสาระสำคัญของเรื่อง]

เรื่อง

Alice Howland เป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เธอมีชื่อเสียงในวงวิชาการ มีครอบครัวที่มั่นคง สามีของเธอ John เป็นแพทย์และนักวิจัย ส่วนลูกทั้งสามคนต่างเติบโตและกำลังเดินไปตามเส้นทางของตนเอง

สำหรับ Alice ภาษาไม่ใช่เพียงวิชาที่เธอสอน แต่เป็นทั้งอาชีพ ความถนัด ความภาคภูมิใจ และพื้นที่ที่ทำให้เธอรู้ว่าตนเองเป็นใคร

วันหนึ่งระหว่างบรรยาย เธอกลับนึกคำง่ายๆ คำหนึ่งไม่ออก ในตอนแรก มันดูเหมือนอาการหลงลืมธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ไม่นานหลังจากนั้น ขณะที่ Alice ออกไปวิ่งในบริเวณมหาวิทยาลัยซึ่งเธอคุ้นเคย เธอกลับจำไม่ได้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน สถานที่เดิมยังอยู่ อาคารต่างๆ ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ในชั่วขณะหนึ่ง โลกซึ่งเคยคุ้นเคยกลับกลายเป็นสถานที่แปลกหน้า

Alice จึงไปพบแพทย์ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดก่อนวัย ซึ่งสัมพันธ์กับพันธุกรรม นั่นหมายความว่าโรคไม่ได้คุกคามเฉพาะอนาคตของเธอ แต่ยังทอดเงาไปถึงลูกๆ ซึ่งอาจได้รับยีนดังกล่าวจากแม่ด้วย

หลังการวินิจฉัย Alice พยายามรักษาชีวิตเดิมไว้ให้นานที่สุด เธอใช้โทรศัพท์บันทึกนัดหมาย ตั้งคำเตือน และสร้างคำถามสั้นๆ เพื่อทดสอบความจำของตัวเองทุกวัน เช่น วันนี้เป็นวันที่เท่าไร เธออยู่ที่ไหน และลูกๆ ของเธอชื่ออะไร

ตราบใดที่ยังตอบได้ Alice ก็ยังพอรู้สึกว่าตนเองควบคุมสถานการณ์อยู่

แต่โรคไม่ได้พรากทุกอย่างไปพร้อมกัน มันค่อยๆ นำสิ่งต่างๆ ออกไปทีละเล็กทีละน้อย จนบางครั้งคนรอบข้างแทบไม่รู้ว่า สิ่งใดหายไปแล้วบ้าง Alice เริ่มจำเนื้อหาที่สอนไม่ได้ จำชื่อนักศึกษาไม่ได้ และพูดซ้ำโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดเธอต้องหยุดสอน ทั้งที่ห้องเรียนเคยเป็นพื้นที่ซึ่งเธอมั่นใจมากที่สุด

เธอเดินทางไปเยี่ยม Lydia ลูกสาวคนเล็กที่เลือกเป็นนักแสดงแทนการเรียนมหาวิทยาลัยตามที่แม่ต้องการ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเคยเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ Alice มองว่าลูกกำลังทิ้งอนาคต ส่วน Lydia รู้สึกว่าแม่ไม่เคยมองเห็นชีวิตในแบบที่เธอเลือก

แต่เมื่ออาการของ Alice รุนแรงขึ้น สิ่งที่เคยทำให้ทั้งสองขัดแย้งกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนความหมาย Lydia กลายเป็นคนที่พยายามฟังว่าแม่กำลังรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่เพียงตรวจว่าแม่ยังจำอะไรได้บ้าง

Alice ยังพยายามรักษาอำนาจเหนืออนาคตของตนเอง เธอบันทึกวิดีโอถึง Alice ในวันข้างหน้า โดยกำหนดว่า หากวันหนึ่งเธอไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ ให้ไปหยิบยาที่ซ่อนไว้แล้วกินทั้งหมด

วิดีโอนั้นเหมือน Alice ในวันนี้กำลังฝากคำสั่งไปยัง Alice อีกคนหนึ่ง คนที่เธอกลัวว่าจะไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป

ต่อมา เมื่ออาการทรุดลง Alice บังเอิญเปิดพบวิดีโอดังกล่าว เธอพยายามทำตามคำสั่งของตัวเอง เดินหาห้อง ค้นลิ้นชัก และหยิบขวดยาออกมา แต่ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ความสนใจของเธอถูกดึงไปยังสิ่งอื่น และเธอก็ลืมไปว่ากำลังทำอะไร

คนที่บันทึกคำสั่งไว้อย่างรอบคอบ กับคนที่กำลังพยายามทำตามคำสั่งนั้น คือ Alice คนเดียวกันหรือไม่ คำถามนี้ไม่มีคำตอบง่ายๆ

แม้อาการจะรุนแรงขึ้น Alice ยังมีช่วงเวลาที่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้ เธอเคยขึ้นกล่าวต่อหน้าผู้คนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตกับอัลไซเมอร์ โดยต้องใช้ปากกาเน้นข้อความช่วยกำกับว่าอ่านถึงตรงไหนแล้ว เธอยอมรับว่าตนเองกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อยึดโยงกับคนที่เธอเคยเป็น และเพื่อไม่ให้ผู้อื่นมองเธอเป็นเพียงผู้ป่วยที่กำลังเลือนหาย

ในช่วงท้าย Lydia กลับมาอยู่กับแม่ เธออ่านบทละครให้ Alice ฟัง แล้วถามว่าเรื่องที่เพิ่งอ่านกล่าวถึงอะไร

Alice ไม่สามารถอธิบายเรื่องราวหรือวิเคราะห์ภาษาได้อย่างศาสตราจารย์คนเดิม เธอพยายามค้นหาคำอยู่นาน ก่อนจะตอบออกมาได้เพียงคำเดียว

“ความรัก”

still alice

เมื่อสิ่งที่เรามี กลายเป็นคำตอบว่าเราเป็นใคร

สิ่งที่โรคพรากไปจาก Alice ไม่ได้มีเพียงความทรงจำ แต่รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เธอใช้สร้างความหมายให้แก่ตนเอง

เธอเป็นนักภาษาศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ เป็นนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับ เป็นภรรยา เป็นแม่ และเป็นคนที่ดูแลชีวิตของตัวเองได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ Alice “มี” แต่มันค่อยๆ กลายเป็นคำตอบว่าเธอ “เป็นใคร”

ในพุทธธรรม คำว่า อุปาทาน หมายถึงการเข้าไปยึดถือบางสิ่งไว้แน่น ไม่เพียงเพราะเราชอบหรือเห็นว่ามันมีค่า แต่เพราะเรานำสิ่งนั้นมาประกอบเป็นตัวเราและของเรา

เราจึงไม่ได้เพียงมีอาชีพ แต่บอกว่า “ฉันคืออาชีพนี้”
ไม่ได้เพียงมีความสามารถ แต่รู้สึกว่า “ความสามารถนี้คือตัวฉัน”
ไม่ได้เพียงได้รับการยอมรับ แต่ต้องอาศัยการยอมรับนั้นมายืนยันว่าเรายังมีคุณค่า

เมื่อสิ่งที่ยึดไว้เปลี่ยนไป ความเจ็บปวดจึงไม่ได้เกิดจากการสูญเสียสิ่งหนึ่งเท่านั้น แต่คล้ายกับมีบางส่วนของตัวเราถูกพรากไปด้วย

สำหรับ Alice เรื่องนี้รุนแรงเป็นพิเศษ เพราะสิ่งที่โรคกำลังทำลายคือภาษา ความคิด และความจำ มันคือเครื่องมือที่เธอใช้ทั้งในการทำงานและเล่าเรื่องชีวิตของตนเอง

เธอไม่ได้กลัวเพียงว่าจะจำชื่อลูกไม่ได้ แต่อาจกลัวว่า เมื่อไม่สามารถจดจำความสัมพันธ์เหล่านั้นได้แล้ว ความเป็นแม่ของเธอจะยังเหลืออยู่หรือไม่ เธอไม่ได้กลัวเพียงว่าจะกลับไปสอนไม่ได้ แต่อาจกลัวว่า เมื่อไม่ใช่ศาสตราจารย์อีกแล้ว เธอจะเหลือความเป็น Alice อยู่มากน้อยเพียงใด

การมองเห็นอุปาทานตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า Alice ผิดที่เห็นคุณค่าในความรู้ ความสามารถ หรือครอบครัว และไม่ได้หมายความว่า หากเธอไม่ยึดติด เธอก็จะไม่ทุกข์กับโรค

โรคของเธอสร้างความสูญเสียจริง แต่สิ่งที่หนังทำให้เราเห็นเพิ่มขึ้นคือ มนุษย์ไม่ได้ทุกข์เพียงเพราะสูญเสียสิ่งที่รัก เรายังทุกข์เมื่อสิ่งที่สูญเสียนั้นเคยทำหน้าที่ค้ำจุนคำว่า “ฉัน” เอาไว้ด้วย

still alice 2

แม้แต่สิ่งที่อยู่ข้างในที่สุด ก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา

เรามักพูดถึงความไม่เที่ยงโดยนึกถึงสิ่งภายนอก เงินทอง ตำแหน่ง ความสัมพันธ์ หรือร่างกาย แต่ Still Alice พาเราเข้าไปพบความไม่เที่ยงในพื้นที่ซึ่งใกล้ตัวเรายิ่งกว่านั้น คือความทรงจำและจิตใจของเราเอง

ในพุทธธรรม อนิจจัง หมายถึงความที่สิ่งทั้งหลายไม่สามารถรักษาสภาพเดิมไว้ได้ตลอดไป เพราะทุกสิ่งที่เกิดจากเหตุปัจจัยย่อมเปลี่ยนเมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยน

ความจำจึงไม่ได้ลอยอยู่ภายในตัวเราอย่างเป็นอิสระ มันต้องอาศัยสมอง ร่างกาย การรับรู้ ภาษา และกระบวนการทางชีวภาพจำนวนมาก เมื่อเหตุปัจจัยเหล่านั้นเปลี่ยน ความสามารถในการจดจำก็เปลี่ยนตาม

ฉากที่ Alice หลงทางขณะวิ่งสะเทือนใจเพราะทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนเดิม เธอยังคงอยู่ในสถานที่ซึ่งเคยรู้จัก แต่ความเชื่อมโยงระหว่างตัวเธอกับสถานที่นั้นขาดหายไปชั่วขณะ โลกไม่ได้หายไป แต่ความสามารถที่จะจำแนกและวางตัวเองลงในโลกใบนั้นกำลังเปลี่ยนไป

ความไม่เที่ยงในเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงการที่ความทรงจำเก่าค่อยๆ เลือนหาย แต่รวมถึงการที่ Alice ไม่อาจแน่ใจได้ว่า ในวันพรุ่งนี้ตนเองจะยังทำสิ่งที่ทำได้ในวันนี้หรือไม่

โทรศัพท์ซึ่งเคยช่วยจัดระเบียบชีวิต วันหนึ่งอาจกลายเป็นอุปกรณ์ที่เธอจำวิธีใช้ไม่ได้ บ้านที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยอาจกลายเป็นสถานที่ซึ่งเธอหาห้องน้ำไม่พบ และวิดีโอที่เธอบันทึกด้วยความตั้งใจชัดเจน อาจกลายเป็นคำสั่งจากคนแปลกหน้าที่มีใบหน้าเหมือนเธอ

การเห็นอนิจจังทำให้เห็นว่า แม้แต่สิ่งที่เราเรียกว่า “ของฉัน” มากที่สุด ก็ไม่เคยอยู่ในอำนาจของเราอย่างสมบูรณ์

แล้ว Alice คนไหนคือตัวจริง

เมื่อหนังตั้งชื่อว่า Still Alice มันเหมือนกำลังตอบว่า ไม่ว่าโรคจะพรากอะไรไป เธอก็ยังคงเป็น Alice

แต่หากมองผ่านหลัก อนัตตา คำถามอาจเปลี่ยนไปเล็กน้อย

Alice แบบใดที่เรากำลังเรียกว่าเป็น “Alice ตัวจริง”

Alice ผู้ยืนบรรยายเรื่องภาษาอย่างคล่องแคล่ว?
Alice ผู้ตอบคำถามทดสอบความจำในโทรศัพท์ได้?
Alice ผู้วางแผนอนาคตไว้อย่างเป็นระบบ?
หรือ Alice ผู้จำเรื่องที่ Lydia อ่านไม่ได้ แต่ยังสัมผัสได้ถึงความรักในเรื่องนั้น?

อนัตตาไม่ได้หมายความง่ายๆ ว่า Alice ไม่มีตัวตน หรือเมื่อความจำหายไปแล้ว เธอก็ไม่ใช่บุคคลเดิมและไม่มีคุณค่าเหลืออยู่

หลักอนัตตาชี้ว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “ตัวฉัน” ไม่ได้มีแก่นแท้ถาวรซ่อนอยู่ข้างใน แต่ประกอบขึ้นจากร่างกาย ความรู้สึก ความจำ ความคิด ความสามารถ ความสัมพันธ์ และเหตุปัจจัยต่างๆ ซึ่งล้วนเปลี่ยนแปลงได้

ไม่มีองค์ประกอบใดเพียงอย่างเดียวเป็น Alice ทั้งหมด

หากความจำคือ Alice ทั้งหมด เมื่อเธอจำไม่ได้ก็คงต้องถือว่า Alice หายไปแล้ว หากภาษาเป็น Alice ทั้งหมด เมื่อเธอหาคำไม่พบก็คงไม่มี Alice เหลืออยู่ และหากอาชีพคือ Alice ทั้งหมด วันที่เธอหยุดสอนก็คงเป็นวันที่ตัวเธอสิ้นสุดลง

แต่หนังไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น

แม้เธอจะไม่เหมือน Alice คนเดิม เธอยังคงรู้สึกกลัว สับสน อับอาย ต้องการความปลอดภัย และตอบสนองต่อความอ่อนโยนของคนรอบข้าง ความเป็นบุคคลของเธอไม่ได้หมดไปเพียงเพราะเธอไม่สามารถเล่าเรื่องของตัวเองได้เหมือนเดิม

ฉากวิดีโอจึงมีความหมายมากกว่าแผนการจบชีวิต มันคือการเผชิญหน้าระหว่าง Alice สองช่วงเวลา

Alice ในวันที่ยังคิด วางแผน และควบคุมตนเองได้ เชื่อว่าเธอมีสิทธิกำหนดว่า Alice ในอนาคตควรทำอะไร แต่เมื่ออนาคตนั้นมาถึง Alice คนใหม่กลับมีโลกของการรับรู้ที่ต่างออกไปจนคำสั่งเดิมไม่สามารถควบคุมเธอได้อย่างสมบูรณ์

ตัวเราในวันนี้มักเขียนบทให้ตัวเราในวันข้างหน้า แต่เมื่อวันนั้นมาถึง เหตุปัจจัยอาจสร้างเราให้เป็นคนอีกแบบหนึ่งไปแล้ว แล้วคนใดกันมีสิทธิบอกว่า อีกคนหนึ่งไม่ใช่ “ฉัน”

บางทีคำว่า Still Alice จึงไม่จำเป็นต้องหมายความว่า มี Alice ที่เป็นแก่นแท้ก้อนเดิมหลงเหลืออยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่อาจหมายความว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เรายังคงเรียกเธอว่า Alice และยังมองเห็นเธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงกลุ่มอาการของโรค

still alice 3

เมื่อรักษาคนเดิมไว้ไม่ได้ เราจะรักคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร

ตลอดเรื่อง คนในครอบครัวไม่ได้สูญเสีย Alice เพียงครั้งเดียว

พวกเขาค่อยๆ สูญเสียเธอทีละส่วน และต้องพบกับ Alice คนใหม่ซ้ำๆ คนที่จำบทสนทนาไม่ได้ คนที่ถามคำถามเดิม คนที่สับสนกับสถานที่ และคนที่อาจจำไม่ได้ว่าคนตรงหน้ามีความสัมพันธ์กับเธออย่างไร

ความเจ็บปวดส่วนหนึ่งจึงเกิดจากการที่ทุกคนยังคงมองหา Alice คนเดิมอยู่ในตัวเธอ

ในพุทธธรรม กรุณา ไม่ได้หมายถึงความสงสารผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่คือการมองเห็นความทุกข์ของอีกคน และไม่ทอดทิ้งเขาไว้กับความทุกข์นั้น

กรุณาไม่จำเป็นต้องทำให้โรคหาย และไม่สามารถนำความทรงจำที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ สิ่งที่มันทำได้คือเปลี่ยนวิธีที่คนสองคนอยู่ร่วมกันในขณะนั้น

Lydia ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะไม่วัดแม่จากสิ่งที่แม่ยังจำได้ เธอไม่ได้พยายามเรียกศาสตราจารย์คนเดิมกลับมาตลอดเวลา แต่ค่อยๆ พบ Alice ในสภาพที่ Alice เป็นอยู่ตรงหน้า

ฉากสุดท้ายจึงเรียบง่ายมาก ลูกสาวอ่านหนังสือให้แม่ฟัง แม่ไม่สามารถสรุปเรื่อง ไม่สามารถวิเคราะห์ภาษา และอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่ได้ฟังอะไรไปบ้าง แต่เมื่อ Lydia ถามว่าเรื่องนั้นเกี่ยวกับอะไร Alice ยังตอบว่า

“ความรัก”

เราอาจมองฉากนี้อย่างโรแมนติกว่า ความรักเป็นสิ่งสุดท้ายที่ไม่มีวันเลือนหาย แต่หนังไม่ได้รับรองว่าในวันต่อไป Alice จะยังจำคำนั้นได้ หรือยังตอบสนองเช่นเดิม

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมีเพียงว่า ในช่วงเวลานั้น Lydia ยังคงพูดกับแม่ และ Alice ยังคงตอบกลับมา ความรักจึงอาจไม่ได้ดำรงอยู่เพราะ Alice สามารถจดจำเรื่องราวทั้งหมดของพวกเขาได้ แต่อยู่ในการที่ Lydia ยังคงนั่งตรงนั้น อ่านให้แม่ฟัง และรอคำตอบโดยไม่เร่งรัด

บางครั้งการรักคนคนหนึ่งอาจไม่ใช่การรักษาเขาให้เป็นคนเดิม และไม่ใช่การเรียกร้องให้เขาจำได้ว่าเราเคยมีความหมายต่อกันอย่างไร มันอาจเป็นเพียงการยอมพบเขาใหม่อีกครั้ง ในสภาพที่เขาเป็นอยู่วันนี้

ชื่อ Still Alice จึงอาจไม่ใช่คำตอบว่า อะไรคือแก่นแท้ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในตัวเธอ แต่อาจเป็นถ้อยคำจากคนที่ยังอยู่ข้างๆ ว่า แม้เธอจะไม่สามารถเล่าได้แล้วว่า Alice คือใคร เรายังไม่หยุดมองเห็นเธอเป็นคนคนหนึ่ง คนที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่แค่คนในความทรงจำ

Share