วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม | พุทธทาสภิกขุ
วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม

วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม | พุทธทาสภิกขุ

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม เมื่อคนที่อยากพ้นทุกข์ยังอยากได้นิพพานมาเป็นของตน

ถ้าอยากพ้นทุกข์ ทำไมจึงต้องวางแม้กระทั่งตัวเราผู้อยากพ้นทุกข์ด้วย? ในหนังสือ วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม พุทธทาสภิกขุชวนให้สังเกตความอยากอย่างหนึ่งซึ่งมองเห็นได้ยาก คนเราอาจคลายความอยากได้ข้าวของไปมากแล้ว แต่พอได้ยินว่านิพพานพ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ยังอดนึกไม่ได้ว่า ถ้าอย่างนั้นขอให้ เรา ได้เป็นผู้ไม่แก่ไม่ตายบ้าง ตรงนี้เองที่หนังสือชวนให้หยุดดูว่า แม้สิ่งที่อยากได้จะเปลี่ยนไปไกลเพียงใด ใจยังคอยหาสิ่งดี ๆ มาเป็นของเราอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า

เมื่อท่านย้อนถามคนที่มานั่งฟัง

หนังสือฉบับสถาบันบันลือธรรมเล่มนี้มาจากปาฐกถาที่พุทธทาสภิกขุแสดง ณ พุทธธรรมสมาคม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2483 ท่านเล่าไว้ก่อนเริ่มเรื่องว่า วันนั้นพูดนานถึง 2 ชั่วโมง 15 นาที เมื่อได้ตรวจแก้ฉบับที่มีผู้จดไว้ ท่านจึงขยายตัวอย่างและคำอธิบายบางตอนให้คนที่มาอ่านภายหลังตามความคิดได้ทัน ถึงจะผ่านการเรียบเรียงมาแล้ว ก็ยังมีบางหน้าที่อ่านแล้วเหมือนได้นั่งอยู่ในหมู่ผู้ฟังวันนั้น

ตอนหนึ่งท่านอธิบายเรื่องตัวตนผ่านคำพูดธรรมดาอย่างคำว่า เราเจ็บ เมื่อมือถูกบาด (หน้า 49) เราพูดอย่างนี้ได้ ใครฟังก็เข้าใจ แต่ถ้าลองดูตรงที่เจ็บจริง ๆ เราพบมือที่มีแผล พบความรู้สึกเจ็บ แล้วตัวผู้เป็นเจ้าของความเจ็บที่เรานึกว่ามีอยู่นั้น เราชี้ได้ไหมว่าอยู่ตรงไหน

พอความคิดเดินมาถึงตรงนี้ ท่านก็ถามคนที่กำลังฟังอยู่ต่อหน้าให้ลองนึกว่า ถ้าเวลานี้ไม่มีสิ่งที่เข้าใจกันว่าเป็นตัวเรา แล้ววันนี้ท่านมาฟังปาฐกถากันทำไม มาแสวงหาความพ้นทุกข์ไปให้ใคร (หน้า 50–51)

คำถามนี้มีน้ำใจอยู่ตรงที่ท่านนับตัวเองเข้าไปด้วย ท่านชวนให้มองการมาฟังและการมาพูดในวันนั้นว่า ต่างฝ่ายต่างหวังจะได้รับประโยชน์บางอย่าง จึงยังต้องอาศัยคำว่า เรา มาพูดจาปรึกษากัน ผู้เพิ่งสนใจธรรมะย่อมเริ่มต้นได้จากความปรารถนาจะให้ตัวเองเป็นทุกข์น้อยลง ส่วนที่ท่านชวนให้มองต่อคือ เมื่อความทุกข์สิ้นไปจริง ๆ ยังจำเป็นต้องมีใครสักคนคอยรับความพ้นทุกข์นั้นมาเป็นของตนอีกหรือ ท่านสรุปไว้ว่า “การพ้นทุกข์อันเด็ดขาด ก็คือการทำลายตนผู้ต้องการพ้นทุกข์นั้นเสียเอง” (หน้า 52)

มายา

ลูกไก่ที่ยังขดตัวอยู่ในเปลือกไข่

คำว่า ทำลายตน อาจทำให้สะดุดใจ ลองพลิกต่ออีกหนึ่งหน้า ท่านเปรียบคนที่อยากพ้นทุกข์กับลูกไก่ที่ยังขดตัวอยู่ในไข่ สิ่งที่ต้องแตกออกคือตัวเปลือก และเปลือกชั้นในสุดที่ท่านกำลังพูดถึงก็คือความสำคัญมั่นหมายว่า มีตัวเราผู้เป็นเจ้าของสิ่งต่าง ๆ แม้กระทั่งเป็นเจ้าของความพ้นทุกข์ (หน้า 52–54)

ท่านยกตัวอย่างคนที่ได้ยินว่านิพพานไม่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วหมายใจอยากได้นิพพานมาเป็นของตน ลองฟังความหวังนี้ช้า ๆ จะได้ยินความปรารถนาที่เราคุ้นเคยดีอยู่ข้างใน คือขอให้ตัวเรายังคงอยู่ และให้สิ่งที่เราไม่ชอบอย่างความแก่และความตายหมดไปเสีย คราวนี้จึงพอเห็นว่าเหตุใดท่านจึงเลือกภาพลูกไก่ ต่อให้ลูกไก่นึกถึงโลกภายนอกได้ไกลเท่าไร มันก็ยังขดตัวอยู่ในที่เดิม ตราบใดที่เปลือกยังหุ้มอยู่

หน้าเหล่านี้ควรค่าแก่อ่านช้า ๆ เพราะถ้าได้ยินเพียงประโยคเรื่องการทำลายตน เราอาจเข้าใจไปว่าต้องกำจัดความอยากเรียนรู้ที่พาเรามาเปิดหนังสือเสียตั้งแต่แรก แต่เมื่อได้ฟังตั้งแต่ตอนที่ท่านถามคนในห้องว่า วันนี้มาฟังกันทำไม เราจะเห็นว่าท่านให้ที่ทางแก่ความอยากพ้นทุกข์ของคนที่ยังมีทุกข์ แล้วค่อยพาไปเห็นข้อจำกัดของความอยากนั้นด้วยตัวเอง

ประเด็นสำคัญในเล่ม

ปาฐกถานี้เป็นเรื่องเดียวต่อเนื่องกันจนถึงหน้า 120 ประเด็นต่อไปนี้จัดกลุ่มขึ้นเพื่อช่วยเลือกช่วงอ่านตามความสนใจ

  • พุทธธรรมที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ (หน้า 2–7) ท่านเริ่มจากความหมายหลายอย่างของคำว่าพุทธธรรม แล้วชวนคิดถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ ผู้ที่อ่านพระไตรปิฎกได้ไม่ทั่วถึงจะเห็นว่า ประสบการณ์สุขทุกข์ของตนเองก็เป็นที่ตั้งต้นศึกษาได้
  • เมื่อเชือกเส้นเดียวทำให้ทั้งกลัวและขัน (หน้า 31) จากเชือกที่เห็นเป็นงู ท่านตามดูใจที่เปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าอะไรอยู่ตรงหน้า เชือกยังเป็นเส้นเดิม แต่ความกลัวที่เมื่อครู่รู้สึกจริงเหลือเกินกลับคลายลงได้อย่างไร
  • จากการพึ่งตนมาถึงการวางตน (หน้า 47–55) ท่านรับข้อสงสัยที่ว่า ในเมื่อพระพุทธเจ้าทรงสอนให้พึ่งตน เหตุใดจึงต้องวางตนในที่สุด ช่วงนี้ช่วยให้เห็นว่าการอาศัยตนฝึกฝนกับการยึดว่าตนต้องเป็นเจ้าของผลที่ได้ ต่างกันตรงไหน
  • ฝึกจิตให้พร้อมดูสิ่งที่เกิดขึ้น (ลองเปิดหน้า 71, 81 และ 91) ท่านเริ่มจากภาพคนอยากได้เงินไปยืนดูนักล้วงกระเป๋า เพื่อให้เห็นว่าใจติดตามเรื่องที่สนใจได้ตลอดเพียงใด แล้วจึงชวนมารู้จักอานาปานสติ หรือการฝึกสติอยู่กับลมหายใจ และอธิบายว่าใจที่สงบตั้งมั่นจะช่วยให้เราพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดขึ้นอย่างไร
  • บันทึกท้ายเล่ม (ถัดจากหน้า 120) วิลาศ มณีวัต เปลี่ยนบรรยากาศด้วยเรื่องของคนที่สะดุดใจชื่อหนังสือภาษาอังกฤษจนซื้อมาอ่าน ก่อนจะย้อนถามถึงความคุ้นเคยของเรากับพระพุทธเจ้า คนคนหนึ่งอาจเคยเห็นพระพุทธรูปมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วเขารู้จักพระพุทธเจ้าเพียงใด

ถ้ามีเวลาเพียงครู่เดียว ลองเริ่มที่หน้า 50 ตรงที่ท่านถามผู้ฟังว่าวันนี้มาแสวงหาความพ้นทุกข์ให้ใคร แล้วอ่านต่อจนพบลูกไก่ในหน้า 53 ระหว่างสองหน้านั้น คำว่า เรา ที่ใช้มาตลอดชีวิตอาจกลายเป็นคำที่อยากทำความรู้จักอีกสักครั้ง

Share