120 ปีพุทธทาสภิกขุ: ส่งต่อธรรมะสู่โลกดิจิทัลด้วย พุทธทาส AI
120 ปี พุทธทาส พุทธทาส ดิจิทัล

120 ปีพุทธทาสภิกขุ: ส่งต่อธรรมะสู่โลกดิจิทัลด้วย พุทธทาส AI

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

เนื่องในวาระ 120 ปี ชาตกาลพุทธทาสภิกขุ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพ ได้ริเริ่มโครงการ พุทธทาสในโลกดิจิทัล เพื่อสืบสานปณิธานของท่านพุทธทาสในการเผยแผ่ธรรมะให้เข้าถึงผู้คนในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ความรู้ การเรียนรู้ และการสื่อสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

โครงการนี้ดำเนินการโดยหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ร่วมกับ สำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีเป้าหมายสำคัญในการรวบรวม จัดระบบ และต่อยอดองค์ความรู้จากเอกสาร หนังสือ เสียงปาฐกถา และงานเผยแผ่ธรรมของพุทธทาสภิกขุ ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถค้นคว้า อ้างอิง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล

หัวใจของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเก็บรักษาข้อมูลเก่า แต่คือการทำให้ “มรดกทางธรรม” กลับมามีชีวิตอีกครั้งในสังคมร่วมสมัย ให้ผู้คนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ครูอาจารย์ ผู้สนใจธรรมะ รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงคำสอนของพุทธทาสภิกขุได้อย่างถูกต้อง เป็นระบบ และน่าเชื่อถือ

สิ่งสำคัญที่โครงการต้องการย้ำคือ AI ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาแทนการศึกษาธรรมะ แต่เป็นเครื่องมือช่วยจัดการองค์ความรู้จำนวนมหาศาลให้ค้นหา เชื่อมโยง และนำไปใช้ต่อได้สะดวกขึ้น เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างจดหมายเหตุทางศาสนธรรมกับผู้คนในยุคดิจิทัล เพื่อให้การศึกษาธรรมะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องสมุดหรือเอกสารต้นฉบับเท่านั้น แต่สามารถขยายไปสู่พื้นที่การเรียนรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างกว้างขวาง

ภาพ พุทธทาสAiTimeline sm 1

การดำเนินงาน

การดำเนินงานของโครงการไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ พัฒนามาเป็นลำดับ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ด้วยกิจกรรม โครงการธรรมอาสา บนแพลตฟอร์มพุทธธรรมร่วมกัน ต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม 2568 มีการลงนาม MOU ระหว่างมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพ กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อร่วมกันพัฒนางานด้านจดหมายเหตุ ธรรมะ และเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

จากนั้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ได้มีการเปิดตัว แพลตฟอร์มพุทธธรรม ณ หอจดหมายเหตุสวนโมกข์กรุงเทพ ในวาระวันล้ออายุพุทธทาสภิกขุ ก่อนจะต่อยอดในเดือนกรกฎาคม 2568 ด้วยโครงการเว็บไซต์ Archives และมหกรรมอาสาออนไลน์ ซึ่งมุ่งถอดความและจัดการเนื้อหาจากหนังสือของพุทธทาสภิกขุจำนวน 334 เล่ม ให้พร้อมสำหรับการค้นคว้าและใช้งานในระบบดิจิทัล

ปลายปี 2568 โครงการได้ก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญอีกขั้น ด้วยการเริ่มต้นโครงการ พุทธทาส AI ในเดือนธันวาคม และต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้เปิดตัวโครงการภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการอนุรักษ์พุทธธรรม” ก่อนจะนำไปสู่การเปิดตัวโครงการ “พุทธทาสในโลกดิจิทัล” อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เนื่องในวาระ 120 ปี ชาตกาลพุทธทาสภิกขุ

โครงการ “พุทธทาสในโลกดิจิทัล” จึงวางอยู่บนหลักการสำคัญหลายประการ ได้แก่ ความถูกต้องของข้อมูล การอ้างอิงต้นฉบับอย่างโปร่งใส การออกแบบระบบที่ระบุขอบเขตของคำตอบได้เหมาะสม และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล เทคโนโลยี และพระพุทธศาสนา หลักการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อธรรมะเข้าสู่โลกของเทคโนโลยี ความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่ต้องเดินคู่กันคือความรอบคอบ ความรับผิดชอบ และความเคารพต่อแหล่งข้อมูลต้นทาง

โครงสร้างการทำงาน

ในเชิงโครงสร้าง โครงการประกอบด้วย 4 เสาหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการจัดทำฐานข้อมูลจดหมายเหตุ การแปลงเอกสารให้เป็นข้อความผ่านระบบ OCR บนแพลตฟอร์มพุทธธรรม การพัฒนา AI Search หรือ AI Chatbot เพื่อช่วยค้นหาและตอบคำถามจากคลังองค์ความรู้ และการมีระบบ AI Governance & Audit เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง โปร่งใส และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภาพ Archives Poster sm

ภาพ Platform Poster sm

ภาพ พุทธทาสAI Search SM

กล่าวให้เข้าใจง่าย โครงการนี้ทำหน้าที่ตั้งแต่ “เก็บรักษา” ไปจนถึง “เปิดทางให้เรียนรู้” คือเริ่มจากการดูแลเอกสารและต้นฉบับอย่างเป็นระบบ แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ทำให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดหลักการสำคัญว่า ทุกคำตอบควรตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งอ้างอิงได้ ไม่ใช่เป็นเพียงคำตอบลอย ๆ ที่ขาดที่มา

เป้าหมายระยะยาวของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างระบบค้นคว้าหรือเครื่องมือ AI เท่านั้น แต่ยังมุ่งไปสู่การยกระดับงานจดหมายเหตุพุทธทาสภิกขุให้เป็นมรดกความทรงจำที่มีคุณค่าต่อสังคมในระดับสากล โดยมีเป้าหมายสำคัญในปี พ.ศ. 2571 คือการขอขึ้นทะเบียน UNESCO Memory of the World หรือมรดกความทรงจำแห่งโลก

เป้าหมายนี้สะท้อนให้เห็นว่า งานของพุทธทาสภิกขุไม่ได้เป็นเพียงสมบัติทางปัญญาของวัดใดวัดหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น หากยังเป็นองค์ความรู้ทางศาสนธรรมที่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ ความคิด การศึกษา และการแสวงหาความหมายของชีวิต

คำสอนของพุทธทาสภิกขุ โดยเฉพาะเรื่องการเห็นเท่าทันอัตตา การลดความยึดมั่นถือมั่น การเจริญสติ และการเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา ยังมีความร่วมสมัยอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน เพราะปัญหาหลายอย่างของสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความขัดแย้ง การแข่งขัน วัตถุนิยม หรือการบริโภคที่เกินพอดี ล้วนเกี่ยวข้องกับภาวะภายในของมนุษย์ทั้งสิ้น

โครงการ “พุทธทาสในโลกดิจิทัล” จึงไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้กับเอกสารเก่า แต่คือความพยายามที่จะทำให้งานธรรมของพุทธทาสภิกขุกลับมาอยู่ใกล้ผู้คนมากขึ้น ในรูปแบบที่คนยุคนี้ค้นหา อ่าน ฟัง เรียนรู้ และตรวจสอบที่มาได้สะดวกขึ้น โดยยังรักษาความเคารพต่อต้นฉบับและเจตนารมณ์ของคำสอน เพื่อให้ธรรมะยังเป็นสิ่งที่มีชีวิต อยู่ร่วมกับโลกปัจจุบันได้ และช่วยให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตด้วยสติ ปัญญา และความเข้าใจมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเริ่มต้นจากหน้าหนังสือ ห้องจดหมายเหตุ หรือหน้าจอดิจิทัลก็ตาม

Share