สวนโมกข์กรุงเทพชูก้าวต่อไป ขยายการเรียนรู้ธรรมะสู่ผู้คน ร่วมพลังคณะศิษย์และภาคี สืบสานงานพระพุทธศาสนาในวาระ 15 ปี
กรุงเทพฯ 24 กันยายน 2569 — มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ นำเสนอทิศทางก้าวต่อไปของสวนโมกข์กรุงเทพ มุ่งเชื่อมการเรียนรู้ธรรมะกับชีวิตประจำวัน ขยายความร่วมมือกับพระสงฆ์ วัด และภาคีเครือข่าย พร้อมพัฒนางานจดหมายเหตุให้ผู้คนเข้าถึงและศึกษาต่อได้สะดวกขึ้น ในงาน “วันเยี่ยมสวนโมกข์” เนื่องในวาระ 120 ปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ และ 15 ปีสวนโมกข์กรุงเทพ ซึ่งเป็นการพบปะของคณะสงฆ์ คณะศิษย์ และผู้ร่วมสืบสานงานธรรม ณ สวนโมกข์กรุงเทพ
นพ.บัญชา พงษ์พานิช รายงานภาพรวมการดำเนินงานตลอด 15 ปี ทั้งการเป็นพื้นที่กลางสำหรับเรียนรู้พระพุทธศาสนา การทำงานร่วมกับธรรมภาคีและอาสาสมัคร การสนับสนุนพระสงฆ์และวัด ตลอดจนการอนุรักษ์จดหมายเหตุ โดยทิศทางต่อจากนี้มุ่งนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาขยายโอกาสเข้าถึงธรรมะให้สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงกลุ่มคนทำงานและสถานประกอบการ
ก้าวต่อไปด้านการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับการเชื่อมการฟัง การอ่าน การสนทนา และการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเริ่มจากคำถามหรือปัญหาที่พบในชีวิต แล้วศึกษาต่อจนเห็นแนวทางนำธรรมะไปใช้ ทั้งผ่านกิจกรรมที่สวนโมกข์กรุงเทพ ช่องทางออนไลน์ และความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนพระสงฆ์และวัดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะที่ผู้คนเข้าถึงได้
ด้านงานจดหมายเหตุ สวนโมกข์กรุงเทพมุ่งพัฒนาการเข้าถึงเอกสาร หนังสือ ภาพถ่าย และเสียงธรรมบรรยาย ควบคู่กับการรักษาต้นฉบับและบริบทของข้อมูล กรุณพล พานิช ผู้จัดการหอจดหมายเหตุฯ รายงานการนำ AI มาช่วยถอดเสียง ถอดข้อความจากบันทึกลายมือ และสืบค้นเชื่อมโยงกลับไปยังหลักฐานต้นฉบับ พร้อมมองถึงการนำประสบการณ์ไปสนับสนุนงานจดหมายเหตุของครูบาอาจารย์ท่านอื่น เพื่อให้มรดกทางธรรมได้รับการดูแลและส่งต่อถึงคนรุ่นใหม่
การขับเคลื่อนงานเหล่านี้อาศัยความร่วมมือของคณะสงฆ์ คณะศิษย์ ภาคี ผู้สนับสนุน และอาสาสมัคร วันเยี่ยมสวนโมกข์จึงเป็นโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้พบปะ รับรู้การงานที่ผ่านมา และร่วมมองสิ่งที่จะช่วยกันทำต่อ โดยวิจารณ์ พานิช ประธานกรรมการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กล่าวต้อนรับและชวนผู้ร่วมงานนำประโยชน์ที่ได้รับไปแบ่งปันแก่ผู้ใกล้ชิดและสังคม
ภายในงานมีการเปิดตัวเพลง “พุทธทาส ทาสพุทธะ” ผลงานประพันธ์ของเอก ธเนศ ร่วมกับคณะเห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง โดยเอก ธเนศเล่าว่าเริ่มแต่งเพลงเมื่อครั้งไปสวนโมกข์ ไชยา เมื่อ 9 ปีก่อน ในวาระ 111 ปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ จากความเข้าใจต่อความหมายของการเป็นทาสพุทธะที่ถ่ายทอดออกมาเป็นถ้อยคำและท่วงทำนอง การนำเพลงมาขับร้องในงานครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างของการสื่อสารธรรมะผ่านศิลปะ ซึ่งช่วยเปิดทางให้ผู้ฟังเข้ามาทำความรู้จักคำสอนและศึกษาต่อ
อีกกิจกรรมสำคัญคือปาฐกถาพุทธทาส ครั้งที่ 6 โดยพระอาจารย์ชยสาโร ซึ่งเล่าถึงการศึกษาภาษาไทยจากหนังสือธรรมะของท่านพุทธทาสและการแปลผลงานเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมชวนให้ผู้ฟังอ่านและฟังคำสอนด้วยตนเอง แล้วนำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ไปทดลองปฏิบัติในชีวิตประจำวัน สะท้อนเป้าหมายของการเผยแผ่ที่ต้องนำไปสู่การเรียนรู้และลงมือทำ
สำหรับที่มาของวันเยี่ยมสวนโมกข์ เริ่มจากการที่พระสงฆ์มาพบและทำวัตรท่านพุทธทาสที่สวนโมกข์ ไชยา ก่อนขยายเป็นการพบปะประจำปี ท่านพุทธทาสเรียกการพบปะนี้ว่า “วันเยี่ยมสวนโมกข์” และย้ำให้เป็นโอกาสปรึกษาหารือ ทำความเข้าใจ และช่วยกันสืบอายุพระพุทธศาสนา โดยการสืบอายุพระศาสนาต้องทำให้พระศาสนาช่วยกำจัดทุกข์และเป็นประโยชน์ต่อผู้คน
เจตนารมณ์ดังกล่าวเป็นฐานของก้าวต่อไปของสวนโมกข์กรุงเทพ ทั้งการพัฒนาวิธีเรียนรู้ การใช้ศิลปะและเทคโนโลยีช่วยให้เข้าถึงธรรมะ และการเกื้อหนุนเครือข่ายผู้ทำงาน เพื่อสานต่อการพบปะไปสู่ความร่วมมือที่นำธรรมะมาใช้ในชีวิตและสร้างประโยชน์แก่สังคม































































































