ชีวิต “วนลูป” แต่ใจ “วนเกลียว”
ชีวิตวนลูป

ชีวิต "วนลูป" แต่ใจ "วนเกลียว"

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

วันนี้ต่างจากเมื่อวานตรงไหน

ตื่นเช้า อาบน้ำ กินข้าว ทำงาน เจอรถติด ตอบข้อความ แก้ปัญหาเดิม ๆ กลับบ้าน เหนื่อย นอน แล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่

“นี่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่จริง ๆ หรือแค่ผ่านวันไปเฉย ๆ”

ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ชีวิตวนลูป ปัญหาอาจอยู่ที่เราคิดว่าการวนแปลว่าเราไม่ไปไหนเลย ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกการวนซ้ำจะเป็นการติดอยู่กับที่ บางการวนซ้ำอาจเป็นการกลับมาที่จุดเดิม ด้วยใจที่ไม่เหมือนเดิม และนั่นอาจเป็นความต่างเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตได้มากกว่าที่คิด

วนลูป…เป็นเรื่องธรรมชาติ

ชีวิตวนลูปไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะธรรมชาติเองก็เต็มไปด้วยการวนกลับมา

กลางวันวนมาเป็นกลางคืน กลางคืนวนกลับมาเป็นเช้า

น้ำระเหยขึ้นฟ้า กลั่นตัวเป็นเมฆ ตกลงมาเป็นฝน แล้วไหลกลับสู่ทะเล

นกอพยพไปไกล แล้วบินกลับถิ่นเดิม

ใบไม้ร่วงลงสู่ดิน กลายเป็นธาตุอาหาร แล้วต้นไม้ก็แตกใบใหม่อีกครั้ง

โลกไม่ได้ปฏิเสธการวนซ้ำเลย ตรงกันข้าม การวนซ้ำคือจังหวะพื้นฐานของชีวิต สิ่งมีชีวิตจำนวนมากดำรงอยู่ได้เพราะวัฏจักรเหล่านี้

เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของจังหวะนั้นเช่นกัน มีตื่น มีหลับ มีเริ่มต้น มีจบลง มีพบ มีพราก มีเหนื่อย มีพัก แล้วก็เริ่มต้นใหม่

ในทางธรรม เราอาจมองสิ่งนี้อย่างเรียบง่ายว่า มันเป็น “เช่นนั้นเอง” ชีวิตมีเหตุปัจจัยของมัน มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เปลี่ยนไป และดับไป เรื่องบางเรื่องกลับมาเพราะเงื่อนไขของชีวิตยังคงอยู่ งานยังต้องทำ ความสัมพันธ์ยังต้องดูแล ร่างกายยังต้องกินต้องพัก ใจยังต้องเรียนรู้

การเห็นว่า “มันเป็นเช่นนั้นเอง” จึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเลิกทะเลาะกับความจริง เพราะบางอย่างในชีวิตไม่ได้มีไว้ให้เราชนะ แต่มีไว้ให้เราเข้าใจ

สิ่งที่ดูเหมือนวงกลม อาจเป็นเกลียว

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชีวิตวนลูป แต่อยู่ที่เรารู้สึกว่าการวนลูปคือการติดอยู่กับที่ ทั้งที่บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนวงกลม อาจไม่ใช่วงกลมแบน ๆ แต่มันอาจเป็น “เกลียว”

เกลียว คือ การวนกลับมาใกล้จุดเดิม แต่ไม่ใช่ระดับเดิม

เรายังต้องตื่นเช้าเหมือนเดิม ยังต้องทำงานเหมือนเดิม ยังต้องเจอรถติดเหมือนเดิม ยังต้องรับมือกับคนยาก ๆ เหมือนเดิม ยังต้องพบความผิดหวังเหมือนเดิม แต่เราอาจไม่ใช่คนเดิมที่เจอเรื่องเหล่านั้นอีกแล้ว

  • เมื่อก่อนเราเจอคำวิจารณ์แล้วพัง วันนี้เราอาจฟังได้มากขึ้น
  • เมื่อก่อนเราเจอความล้มเหลวแล้วโทษตัวเอง วันนี้เราอาจเห็นว่ามันเป็นข้อมูล
  • เมื่อก่อนเราเจอคนไม่น่ารักแล้วอยากเอาชนะ วันนี้เราอาจเลือกไม่เอาใจไปผูกกับเขามากเกินไป

เรื่องเดิม แต่ใจใหม่ สถานการณ์เดิม แต่ระดับการมองเห็นไม่เหมือนเดิม นี่แหละคือการวนแบบเกลียว

ชีวิตภายนอกอาจดูคล้ายเดิม แต่ภายในเราอาจกำลังเคลื่อนสูงขึ้น

ชีวิตต้องเลื่อนขั้น ไม่ใช่แค่ผ่านไปอีกวัน

ท่านพุทธทาสภิกขุเคยยกอุปมาที่น่าคิดไว้ว่า คนเราไม่ควรทำตัวให้น่าละอายแก่ “หัวเผือกหัวมัน” เพราะแม้หัวเผือกหัวมันที่อยู่ใต้ดิน ดูเหมือนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อครบฤดูกาล มันก็เตรียมงอกใหม่ ปีใหม่ก็ให้ต้นใหม่ หัวใหม่ จำนวนมากขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น และคุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม

อุปมานี้เรียบง่ายแต่คมมาก เพราะแม้แต่หัวเผือกหัวมันยังรู้จักเพิ่มพูนตัวเองตามกาลเวลา แล้วคนเรา เมื่อผ่านไปอีกปี ผ่านไปอีกเดือน หรือแม้แต่ผ่านไปอีกวัน เราได้เพิ่มอะไรในตัวเองบ้างหรือยัง เราเพิ่มความเข้าใจไหม เพิ่มความอดทนไหม เพิ่มความอ่อนโยนไหม เพิ่มความซื่อตรงกับตัวเองไหม เพิ่มความสามารถในการปล่อยวางไหม หรือเพิ่มความดีเล็ก ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้บ้างหรือเปล่า

ถ้าชีวิตวนลูปเฉย ๆ ตื่น กิน ทำงาน เหนื่อย นอน แล้วใจยังเท่าเดิมทุกวัน โกรธง่ายเท่าเดิม น้อยใจง่ายเท่าเดิม เอาชนะเท่าเดิม ดูถูกตัวเองเท่าเดิม หนีความจริงเท่าเดิม แบบนั้นต่างหากที่น่าเสียดาย ไม่ใช่เพราะชีวิตธรรมดาเกินไป แต่เพราะเราไม่ได้ใช้ความธรรมดานั้นเป็นพื้นที่ฝึกใจ

ชีวิตวนลูปได้ แต่อย่าให้ใจวนต่ำลง

ชีวิตอาจยังวนกลับมาที่เดิม แต่ทุกครั้งที่ใจเราเข้าใจมากขึ้น เราก็ไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไป นี่คือการเติบโต

ถ้าชีวิตจะวนลูป ก็ให้มันวนไปบ้าง สิ่งที่สำคัญกว่าคือ อย่าให้ใจวนต่ำลง อย่าให้ความเคยชินพาเรากลับไปเป็นคนเดิมที่ทุกข์แบบเดิมโดยไม่เรียนรู้อะไรเลย

ให้เรื่องเดิมกลายเป็นครู ให้วันธรรมดากลายเป็นสนามฝึก ให้ความเหนื่อยกลายเป็นบทเรียน และให้การเริ่มต้นใหม่ในทุกเช้า เป็นโอกาสเล็ก ๆ ที่ใจจะเลื่อนขั้นขึ้นอีกนิด

ชีวิตอาจยังต้องตื่นเช้า อาบน้ำ กินข้าว ทำงาน เจอรถติด ตอบข้อความ แก้ปัญหาเดิม ๆ กลับบ้าน เหนื่อย นอน แล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่เหมือนเดิม แต่พรุ่งนี้ เราอาจเริ่มใหม่ด้วยใจที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน

เท่านั้นก็พอแล้ว

ชีวิตจะวนลูปก็ช่างมันบ้าง ขอเพียงใจเราเลื่อนขั้นเล็กๆ ทุกวัน…แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี

Share