สวนโมกข์ยุคแรก: ป่าร้างและบทเรียนการฝึกจิตของพุทธทาส (3)
สวนโมกข์เมื่อยังเป็นป่าร้าง – ที่พักเรียบง่ายกับบทเรียนของใจ
ถ้าย้อนกลับไปเห็นสวนโมกข์ในสองปีแรก เราอาจแทบจำภาพที่คุ้นเคยไม่ได้เลย ที่พักของท่านพุทธทาสเป็นเพียงโรงพื้นดินเล็ก ๆ กั้นและมุงด้วยจาก อยู่ติดกับโรงสังกะสีที่คลุมพระพุทธรูปในโบสถ์เก่า รอบตัวเป็นป่าทึบ มีต้นไม้ขึ้นล้ำเข้ามาถึงแนวพัทธสีมา และมีบ่อน้ำเก่าที่พออาศัยใช้ได้ สถานที่แห่งนี้ร้างมานานไม่น้อยกว่าแปดสิบปี และยังเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้าน บางคนไม่กล้าเข้าไปคนเดียวแม้ในเวลากลางวัน เรื่องเล่าตอนนี้จึงพาเราไปเห็นสวนโมกข์ในวันที่ยังแทบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และธรรมชาติยังปกคลุมอยู่โดยรอบ
สิ่งที่ชวนคิดคือ เมื่อมองย้อนกลับไป ท่านยังรู้สึกพอใจกับสภาพสวนโมกข์ในช่วงนั้น เพราะเห็นว่าได้ให้ประโยชน์บางอย่างแก่การฝึกจิต ซึ่งสถานที่ที่สะอาดและมีที่พักสบายในเวลาต่อมาให้ไม่ได้ บันทึกสั้น ๆ ตอนนี้จึงมีมากกว่ารายละเอียดของที่พักหลังแรก แต่ชวนให้เราสงสัยตามว่า การอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคยและไม่มีความสะดวกพร้อม จะทำให้เราได้พบอะไรในใจตนเองบ้าง และเหตุใดท่านจึงเห็นว่าประสบการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ผู้สนใจฝึกจิตไม่ควรมองข้าม
จากบันทึก “สิบปีในสวนโมกข์” โดย พุทธทาสภิกขุ
ที่พักครั้งแรกที่สุดนั้น เป็นเพียงโรงพื้นดิน กั้นและมุงด้วยจากเล็ก ๆ ขนาดวางแคร่ได้ ๓-๔ แคร่ อยู่ติดกับโรงสังกะสี ซึ่งเขายกขึ้นสำหรับมุงพระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์หนึ่งไว้ แต่ก่อนเป็นโรงเปลือยไม่มีฝากั้น สวมทับลงตรงโบสถ์เก่าเพื่อรักษาพระพุทธรูปเอาไว้. ต้นไม้ขนาดเขื่องมีเงาครึ้มได้งอกรุกล้ำเข้ามากระทั่งในแนวพัทธสีมา เนื่องจากความนานของวัดที่ร้างมาไม่น้อยกว่า ๘๐ ปี นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีก นอกจากป่าไม้ที่แน่นทึบอยู่โดยรอบ. สถานที่นี้เป็นสถานที่เมื่อฉันมาอยู่ก็ยังเป็นสถานที่กลัวเกรงของคนทั่วไป มีผู้ชายหลายคน แม้กลางวันแสก ๆ คนเดียวไม่กล้าไปที่โบสถ์นั้น เนื่องจากความเชื่อในทางผีสางหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้นไม้และเถาวัลย์จึงพากันกำเริบแน่นทึบไปหมด. นอกจากบ่อน้ำเก่า ๆ พังมิพังแหล่เหลืออยู่บ่อหนึ่ง ห่างจากโบสถ์ประมาณ ๕๐ เมตร พออาศัยใช้น้ำได้บ้างแล้ว ไม่มีอะไรที่จะเรียกได้ว่า มิใช่ของมีเองเป็นเองตามธรรมชาติ.
นี่คือภาพแห่งสวนโมกข์ ในสมัย ๒ ปีแรก ซึ่งผิดกับภาพถ่ายที่เคยนำลงในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา หรือภาพที่ท่านจะได้เห็นในเมื่อไปเยี่ยมสวนโมกข์ด้วยตนเองในบัดนี้ อย่างที่จะเปรียบกันไม่ได้เลย. แต่ตามความเป็นจริง ฉันยังรู้สึกพอใจสภาพเป็นอยู่ของสวนโมกข์เมื่อครั้งนั้นอยู่จนกระทั่งบัดนี้ ซึ่งฉันรู้สึกชัดแก่ใจว่า มันได้ให้ประโยชน์บางประการแก่ฉัน ชนิดที่สวนโมกข์ในสภาพปัจจุบัน ซึ่งเตียนสะอาดมีที่พักสบาย ไม่อาจจะให้ได้เลย. เรื่องนี้เป็นหลักที่จะลืมเสียมิได้ สำหรับผู้สนใจในการฝึกฝนทางจิต.
ฉะนั้น ฉันควรจะกล่าวถึงสภาพของสวนโมกข์สมัยเริ่มแรกนี้ต่อไปอีกสักเล็กน้อย, เพื่อเป็นการศึกษาสำหรับผู้ที่จะริเริ่มเป็นนักฝึกฝนเกี่ยวกับทางจิตตามควร.
ที่มา: พุทธทาสภิกขุ, สิบปีในสวนโมกข์, หน้า ๔–๕.
อ่านตอนอื่นๆ ได้ที่ สิบปีในสวนโมกข์