อัตชีวประวัติ
Search
การกรองน้ำ การสวดมนต์ หรือธรรมเนียมก่อนฉันอาหาร กลายเป็นข้อขัดแย้งได้อย่างไร เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมต่างแนวทางมาพบกันที่สวนโมกข์
ภิกษุผู้เดินเท้าจากชัยภูมิกลายเป็นเพื่อนร่วมพรรษาคนแรก และทำให้ท่านพุทธทาสทบทวนเกณฑ์รับคนผ่านคุณธรรมที่เห็นได้จากการอยู่ร่วมกัน
เมื่อสวนโมกข์มีคนและงานเพิ่มขึ้น ท่านพุทธทาสเรียนรู้การจัดที่พัก ปรับกฎ และแยกงานปฏิบัติธรรมกับงานเผยแพร่ให้ดำเนินไปได้อย่างเหมาะสม
เหตุใดหนังสือเล่มเดิมจึงให้รสต่างออกไปเมื่ออ่านในป่า? ท่านพุทธทาสเล่าถึงสถานที่ที่ช่วยให้ขบคิดได้ต่อเนื่อง และแนวคิดในการรักษาความสงัดของพื้นที่ปฏิบัติธรรม
เมื่อโลกเงียบลง ใจอาจกลับตื่นขึ้น ท่านพุทธทาสเล่าถึงความแจ่มใสยามดึก และชวนคิดว่าการตื่นอยู่ด้วยธรรมต่างจากการลืมตาใช้ชีวิตอย่างไร
หมูป่า กระจง นกคุ่ม งู และยุง ต่างให้บทเรียนแก่ท่านพุทธทาส เมื่อสวนโมกข์สะดวกสบายขึ้น เหตุใดท่านจึงรู้สึกว่าบทเรียนบางอย่างจากป่าค่อย ๆ หายไป?
ป่ามีเวลาพัก และเสียงร้องของสัตว์ก็มีเรื่องราว ชวนฟังจังหวะชีวิตในสวนโมกข์ผ่านบันทึกท่านพุทธทาส ตั้งแต่ความเงียบยามเที่ยงจนถึงเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นพร้อมกันทั้งป่า
เมื่อนากตัวใหญ่ขวางทางบิณฑบาต ท่านพุทธทาสทำอย่างไร? เรื่องเล่าที่พาไปพบความอยากรู้อยากทดลองของท่าน และการเปลี่ยนสิ่งที่เคยกลัวให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา
อ่านวิธีแก้ความกลัวมาแล้ว ทำไมเมื่ออยู่คนเดียวในป่าจึงยังกลัว? ท่านพุทธทาสเล่าประสบการณ์ตรงถึงช่องว่างระหว่างการรู้หลักกับการลงมือฝึก และสิ่งที่ทำให้ใจค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้น
ทำไมเด็ก ๆ จึงวิ่งหนีท่านพุทธทาสและร้องว่า “พระบ้ามาแล้ว”? อ่านเรื่องราวความเข้าใจผิดในยุคเริ่มต้นสวนโมกข์ และวิธีวางใจของท่านท่ามกลางทั้งข้อครหาและกำลังใจ
ก่อนสวนโมกข์จะเป็นที่รู้จัก ทุกอย่างเริ่มจากจดหมาย ความตั้งใจ และมิตรสหายไม่กี่คน อ่านเรื่องเล่าจากท่านพุทธทาสถึงการเริ่มต้นตามกำลังที่มี และสองปีแรกที่ท่านอยู่เพียงลำพัง
เจาะลึกเกร็ดชีวิตสุด Unseen ของพุทธทาสภิกขุ ยุคเป็นพระหนุ่มเรียนบาลีในกรุงเทพฯ กับความหลงใหลในเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งกล้อง Kodak เครื่องพิมพ์ดีด และแผ่นเสียง ล้างภาพพิมพ์งานด้วยตนเองจนถูกล้อว่าเป็นพระนอกรีต
จากพื้นที่ป่ารกครึ้มที่ชาวบ้านเรียกว่า “ด่านน้ำไหล” ท่านพุทธทาสภิกขุได้สร้างสวนโมกข์ใหม่ หรือวัดธารน้ำไหล ให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะผ่านธรรมชาติ ศิลปะ และความเรียบง่าย จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ทางจิตวิญญาณที่สำคัญที่สุดของพุทธศาสนาไทย
ย้อนดูจุดเริ่มต้นของสวนโมกข์ เมื่อพุทธทาสภิกขุหันหลังให้กรุงเทพฯ กลับสู่พุมเรียง เลือกวัดร้างตระพังจิกเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยสติ ปัญญา และธรรมวินัย
เปิดหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทยกับเรื่องราวของสองพี่น้องผู้พลิกโฉมการตื่นรู้แห่งไชยา 'พระเงื่อม' และ 'นายยี่เกย' เบื้องหลังเงินทุนก้อนแรกจากพินัยกรรมของมารดา และตลกร้ายของระบบราชการไทยที่ไม่ยอมให้ใช้ชื่อ 'พุทธทาส'
ครั้งหนึ่งพระเงื่อมเคยเชื่อว่า กรุงเทพฯ คือศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ทางพระพุทธศาสนา และมหาเปรียญคือผู้ใกล้พระอรหันต์ แต่เมื่อได้มาเห็นความจริงด้วยตาตนเอง ทั้งระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำ ความหละหลวมทางวินัย และการมัวเมาในยศศักดิ์ ความผิดหวังนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ท่านหันหลังให้ความสำเร็จแบบโลก ๆ และออกเดินทางสู่การแสวงหาธรรมแท้ในนาม “พุทธทาส”
ก่อนจะเป็น “พุทธทาสภิกขุ” เด็กชายเงื่อมเคยเป็นวัยรุ่นผู้ต้องแบกภาระครอบครัวตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำงานค้าขาย แบกของ ผ่าฟืน และส่งเสียน้องชายเรียนต่อ แต่ท่ามกลางชีวิตที่หนักเกินวัย เขากลับหลงใหลการอ่านและถกเถียงธรรมะ จนเมื่อถึงเวลาบวชเพียง 3 เดือนตามประเพณี รสชาติของธรรมะและการเทศน์กลับทำให้ตัดสินใจไม่สึก
ชีวิตเด็กวัด 3 ปีของเด็กชายเงื่อม ไม่ได้สอนแค่ ก ข ก กา แต่หล่อหลอมวินัย ความอดทน ไหวพริบ และปฏิภาณการพูด จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของพุทธทาสภิกขุในอนาคต