อัตชีวประวัติ
Search
จากพื้นที่ป่ารกครึ้มที่ชาวบ้านเรียกว่า “ด่านน้ำไหล” ท่านพุทธทาสภิกขุได้สร้างสวนโมกข์ใหม่ หรือวัดธารน้ำไหล ให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะผ่านธรรมชาติ ศิลปะ และความเรียบง่าย จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ทางจิตวิญญาณที่สำคัญที่สุดของพุทธศาสนาไทย
ย้อนดูจุดเริ่มต้นของสวนโมกข์ เมื่อพุทธทาสภิกขุหันหลังให้กรุงเทพฯ กลับสู่พุมเรียง เลือกวัดร้างตระพังจิกเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยสติ ปัญญา และธรรมวินัย
เปิดหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทยกับเรื่องราวของสองพี่น้องผู้พลิกโฉมการตื่นรู้แห่งไชยา 'พระเงื่อม' และ 'นายยี่เกย' เบื้องหลังเงินทุนก้อนแรกจากพินัยกรรมของมารดา และตลกร้ายของระบบราชการไทยที่ไม่ยอมให้ใช้ชื่อ 'พุทธทาส'
ครั้งหนึ่งพระเงื่อมเคยเชื่อว่า กรุงเทพฯ คือศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ทางพระพุทธศาสนา และมหาเปรียญคือผู้ใกล้พระอรหันต์ แต่เมื่อได้มาเห็นความจริงด้วยตาตนเอง ทั้งระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำ ความหละหลวมทางวินัย และการมัวเมาในยศศักดิ์ ความผิดหวังนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ท่านหันหลังให้ความสำเร็จแบบโลก ๆ และออกเดินทางสู่การแสวงหาธรรมแท้ในนาม “พุทธทาส”
ก่อนจะเป็น “พุทธทาสภิกขุ” เด็กชายเงื่อมเคยเป็นวัยรุ่นผู้ต้องแบกภาระครอบครัวตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำงานค้าขาย แบกของ ผ่าฟืน และส่งเสียน้องชายเรียนต่อ แต่ท่ามกลางชีวิตที่หนักเกินวัย เขากลับหลงใหลการอ่านและถกเถียงธรรมะ จนเมื่อถึงเวลาบวชเพียง 3 เดือนตามประเพณี รสชาติของธรรมะและการเทศน์กลับทำให้ตัดสินใจไม่สึก
ชีวิตเด็กวัด 3 ปีของเด็กชายเงื่อม ไม่ได้สอนแค่ ก ข ก กา แต่หล่อหลอมวินัย ความอดทน ไหวพริบ และปฏิภาณการพูด จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของพุทธทาสภิกขุในอนาคต
ย้อนดูวัยเยาว์ของ “เด็กชายเงื่อม” หรือพุทธทาสภิกขุ ผ่านรากฐานครอบครัวพุมเรียงที่หล่อหลอมท่านด้วยความประหยัด ความรักการอ่าน งานช่าง งานครัว และวิญญาณกวี ก่อนเติบโตเป็นพระนักคิดผู้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของพุทธศาสนาไทย
บันทึกชีวิตของพุทธทาสภิกขุในฐานะแบบอย่างของผู้กล้าแสวงหาหนทางของตนเอง กล้าตั้งคำถามกับโลก และเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ลึกซึ้ง และซื่อตรงต่อความจริงภายใน