เมื่อป่าเป็นครู: บทเรียนธรรมชาติในบันทึกพุทธทาส (7)
สิบปีในสวนโมกข์

เมื่อป่าเป็นครู: บทเรียนธรรมชาติในบันทึกพุทธทาส (7)

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

เมื่อป่าเป็นครู — บทเรียนที่มากกว่าความร่มรื่น

คืนเดือนหงายคืนหนึ่ง ท่านพุทธทาสตื่นขึ้นเพราะเสียงใกล้ที่พัก เมื่อแหวกผ้ามองออกไปก็พบหมูป่าสี่ตัวกำลังกินอาหารอยู่ด้วยกัน ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ภาพที่เห็นกลับชวนให้ดูมากกว่าจะน่ากลัว ในบันทึกช่วงแรกของสวนโมกข์ตอนนี้ ท่านเล่าถึงเพื่อนร่วมป่าหลากชนิด ทั้งกระจงแม่ลูกอ่อน นกคุ่มที่เดินตามกันเป็นแถว นกสวยงาม ตลอดจนงูและยุงที่ทำให้ชีวิตไม่ได้มีแต่ความรื่นรมย์ ทุกสิ่งรอบตัวชวนให้คิด ให้สังเกต และทำให้เกิดความรู้สึกใหม่ ๆ มากมายจนบันทึกไว้ได้ไม่หมด

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อสวนโมกข์ได้รับการปรับปรุงมากขึ้น ท่านกลับพบว่าบทเรียนจากธรรมชาติบางอย่างค่อย ๆ หายไป แม้สถานที่จะยังให้ความเยือกเย็นสบาย แต่ก็ไม่ได้กระทบใจให้ต้องขบคิดเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นป่าตามสภาพเดิม เรื่องเล่าตอนนี้จึงชวนให้มองธรรมชาติทั้งด้านที่งดงามและด้านที่รับมือได้ยาก และชวนคิดว่า เมื่อเราปรับสถานที่ให้สะดวกน่าอยู่ขึ้น เราอาจได้ความสบายมา พร้อมกับเสียโอกาสเรียนรู้บางอย่างไปด้วย


จากบันทึก “สิบปีในสวนโมกข์” โดย พุทธทาสภิกขุ

เดือนหงายแจ่มคืนหนึ่ง ดึกมากแล้ว ฉันตื่นขึ้นด้วยเสียงดังกั๊บ ๆ อยู่ใกล้ ๆ ค่อย ๆ ลุกนั่งฟังดู แหวกผ้าบังช่องหน้าต่างมองไปตามเสียง เห็นหมูป่าสี่ตัวด้วยกัน กำลังกินอะไรอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม ในระยะห่างออกไปจากที่พักเพียง ๘-๙ เมตร ไม่เป็นภาพที่น่ากลัวเลย แต่น่าดูมากกว่า. และคงเป็นหมูป่านี้เอง ที่เคยวิ่งกระโจนไปสนั่นป่าครั้งหนึ่งในเมื่อฉันเปิดประตูออกมาในตอนใกล้รุ่ง.

กระจงแม่ลูกอ่อน นกคุ่มแม่ลูกอ่อน ซึ่งบางทีเดินตามกันเป็นหาง เหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าเอ็นดูมากในตอนเย็น ๆ. นกบางชนิดร้องเหมือนแกล้งว่า มีทั้งกลางวันและกลางคืน. บางตัวก็สวยมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของธรรมชาติล้วน ๆ โดยปราศจากความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้า คืนฝนตกงูที่ชุมที่สุดก็คืองูกะปะ ซึ่งกัดมีพิษเจ็บมากและเปื่อยลามจนนิ้วหลุดหรือหงิกงอไป, และสิ่งที่ชุกชุมทุก ๆ คืนก็คือยุง. เหล่านี้แหละคือธรรมชาติ ที่ให้บทเรียนอันไม่รู้จักเบื่อหลายอย่างหลายประการ.

ในตอนแรก ๆ ที่จากชีวิตในหมู่บ้านไปเป็นชีวิตป่าของฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างช่างมีอะไรให้คิดให้นึก จนเกิดความรู้สึกใหม่ ๆ ขึ้นมากหลายเหลือที่จะขีดเขียนไว้หมดสิ้นได้. ภาพอันเต็มไปด้วยความหมายลึก ๆ และปัญหายาก ๆ เหล่านี้ ธรรมชาติมีให้โดยพร้อมมูล ก็แต่เมื่อสถานที่นั้นยังมิได้ถูกดัดแปลงแก้ไขให้ผิดไปจากธรรมชาติเดิมแม้แต่น้อยเท่านั้น. ครั้นสวนโมกข์ถูกดัดแปลงแก้ไขมาเรื่อย ๆ ทุก ๆ ปี หลายปีเข้าก็หย่าขาดกันกับธรรมชาติบางประการ ที่เคยให้บทเรียนอันแสบเผ็ด จนในบัดนี้ นับว่าส่วนมากที่สุดก็ให้แต่ความเยือกเย็นสบายเท่านั้น ไม่สู้มีบทเรียนอันกระทบความคิดนึกตรึกตรองเท่าใดนัก ในการที่จะศึกษาจากธรรมชาติแท้ ๆ เพราะเรามีบทเรียนจากการศึกษาเล่าเรียนอย่างอื่นมาแทนที่มากเข้า


ที่มา: พุทธทาสภิกขุ, สิบปีในสวนโมกข์, หน้า ๑๑–๑๒.

อ่านตอนอื่นๆ ได้ที่ สิบปีในสวนโมกข์

Share