การเมือง
Search (ค้นหา)
หลายคนเชื่อว่า Identity Politics คือการเมืองใหม่ แต่พุทธทาสภิกขุชี้ว่า หากยังขับเคลื่อนด้วย “ตัวกู–ของกู” การเมืองก็เป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่—บทวิเคราะห์การเมืองตะวันตก ไทย และทางออกที่โลกยังไม่เคยเห็น
คำว่า “ศาสนาต้องแยกจากการเมือง” อาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป พุทธทาสภิกขุเสนอว่า การเมืองและธรรมะแท้จริงคือเรื่องเดียวกัน มารื้อภาพจำเดิมและมองการเมืองเสียใหม่
การเมืองในโลกนี้มีอยู่เพียงสองแบบเท่านั้น คือ การเมืองของสัตบุรุษ และ การเมืองของอสัตบุรุษ โดยไม่มีพื้นที่สีเทาและไม่มีข้ออ้างว่าความสกปรกเป็นสิ่งจำเป็น ชวนตั้งคำถามว่า การเมืองที่ถูกต้องตามกระบวนการแต่สร้างความแตกแยกและทำให้ขาดสันติในสังคมนั้นยังสมควรถูกเรียกว่าการเมืองตามความมุ่งหมายเดิมหรือไม่ และปัจจุบันยังหลงเหลือการเมืองของสัตบุรุษอยู่ไหมในโลกนี้?
ธรรมะกับการเมืองไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกัน แต่ยังเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ และเมื่อเข้าใจถึงแก่นแท้แล้ว ทั้งสองสิ่งคือเรื่องเดียวกัน
การเมืองในทรรศนะของพุทธทาสภิกขุไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกตั้ง การแย่งชิงอำนาจ หรือการบริหารประเทศ แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น แก่นแท้ของการเมือง คือ การจัดการส่วนรวมเพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขสันติไม่มีปัญหา
ศาสนาและการเมืองมิใช่สิ่งแยกจากกัน หากแท้จริงแล้วมีเป้าหมายร่วมคือสันติสุขของมนุษย์ การเมืองที่บริสุทธิ์ย่อมเป็นศีลธรรม และพระพุทธเจ้าคือยอดนักการเมืองผู้สร้างสันติภาพโดยไม่ใช้อาวุธ