สวนโมกข์เมื่อมีงานมากขึ้น (12)
จากอยู่คนเดียวสู่การอยู่ร่วมกัน: เมื่อสวนโมกข์มีงานมากขึ้น
เมื่อสวนโมกข์มีทั้งงานหนังสือ แขกผู้มาเยือน และพระเณรเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น ชีวิตที่เคยจัดการได้ด้วยคนคนเดียวก็ต้องเปลี่ยนไป ท่านพุทธทาสเล่าถึงการสร้างที่พัก การเตรียมเครื่องใช้ และการปรับกฎเกณฑ์ พร้อมกับเรียนรู้ว่าจะจัดการงานหลายด้านให้ดำเนินไปด้วยกันได้อย่างไร
ช่วงหนึ่ง งานปฏิบัติธรรมและงานเผยแพร่ยังรวมอยู่ในที่เดียวกัน ก่อนจะค่อย ๆ แยกออกเป็นสัดส่วน บันทึกตอนนี้จึงชวนมองเบื้องหลังการเติบโตของสวนโมกข์ว่า ความตั้งใจต้องอาศัยการจัดงานและคนให้เหมาะสมด้วย และหลายอย่างก็เพิ่งเข้าใจชัดเมื่อได้ลงมือทำจริง
จากบันทึก ‘สิบปีในสวนโมกข์’ โดย พุทธทาสภิกขุ
เพราะมีงานทางหนังสือและหนังสือพิมพ์เกิดขึ้น เพราะมีแขกทั้งที่เป็นบรรพชิตและฆราวาสเพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่ในสวนโมกข์ก็เปลี่ยนไปจากการเป็นอยู่สำหรับคนโดดเดี่ยวมาเป็นการเป็นอยู่อย่างหลายคน หรือเกี่ยวข้องกับคนหลายคน.
ในที่สุดทำให้ต้องสร้างกระต๊อบสำหรับพระเณรมาใหม่ และกระต๊อบทำงานหนังสือที่อาจวางใจเรื่องปลวกหรือขโมย, มีเครื่องใช้สอยสำหรับหลายคน ทั้งยามปรกติและยามเจ็บไข้ มีที่รับแขกและมีการร่วมมือบางสิ่งบางอย่างกับวัดวาอารามอื่น ๆ. ความเป็นอยู่และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปหรือต้องตั้งเพิ่มขึ้นใหม่ ให้เหมาะสมแก่เหตุการณ์ที่ค่อยเปลี่ยนแปลงมา. และที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อหาสมาชิกการปฏิบัติธรรมตามอุดมคติของพวกเราจากที่อื่น ๆ ไม่ค่อยจะได้ ก็เป็นเหตุให้ต้องสร้างสรรค์ขึ้นเอง ด้วยการอบรมพระเณรชุดที่เล็ก ๆ ลงไปอีกขึ้นในสถานที่นี้ พร้อม ๆ กันไปทั้งสองทาง เพื่อการงานอันสมบูรณ์และทันสมัยในอนาคต. อันนี้ทำให้มีเรื่องหรือภาระเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง และมีระเบียบการเป็นอยู่อีกแบบหนึ่ง ซึ่งค่อย ๆ สอนให้รู้ใหม่ ๆ ขึ้นอีกว่า ต่อไปจะต้องทำกันอย่างไร จึงจะเรียบร้อยราบรื่นไปด้วยดี.
รวมความว่า การจัดตั้งสำนักส่งเสริมการปฏิบัติธรรมแก่ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ย่อมมีวิธีการโดยเฉพาะของมันเอง เช่นเดียวกับกิจการอย่างอื่น ซึ่งก็มีวิธีการเฉพาะอีกอย่างหนึ่ง ฉันใดก็ฉันนั้น.
พวกเราดำเนินกิจการอันนี้ในฐานะเป็นของใหม่ และไม่เคยเห็นตัวอย่างที่แน่นอนมาก่อน จึงเป็นการศึกษาทดลองเต็มที่พร้อมกันไปในตัว มีทั้งงานที่ทำส่วนตัวและทั้งงานเผยแพร่เพื่อผู้อื่นที่เป็นการสื่อสาร เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้หรือให้ความรู้โดยตรงด้วยอีกส่วนหนึ่ง ตามมาภายหลัง. ในตอนแรกที่ยังไม่เป็นรูปร่างชัดเจน ยังแยกกันไม่ออก ก็มีหลายอย่างที่รวมอยู่ในสวนโมกข์ ซึ่งต่อมาได้แยกกันเด็ดขาดกับสำนักงานคณะธรรมทานและหอสมุดธรรมทาน ซึ่งตั้งอยู่ในที่อีกแห่งหนึ่งที่ตำบลตลาด คนละตำบลกะตำบลพุมเรียง อันเป็นที่ตั้งของสวนโมกข์มาแต่เดิมและห้องธรรมทานสมัยแรก ๆ.
ข้อนี้ควรจะเป็นที่สังเกตของท่านที่มีความสนใจในเรื่องนี้บางท่านไว้ด้วยว่า ถ้าจะมีการจัดตั้งองค์การส่งเสริมและเผยแพร่การปฏิบัติธรรมขึ้นใหม่ในที่ใด ควรจัดรูปงานแบ่งแยกกันไปเด็ดขาด และมีเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอแก่แผนกของงานไปตั้งแต่ต้นทีเดียว จะได้ผลรวดเร็วทันใจ.
ที่มา: พุทธทาสภิกขุ, สิบปีในสวนโมกข์, หน้า ๑๙–๒๐.
อ่านตอนอื่นๆ ได้ที่ สิบปีในสวนโมกข์