“มานะคืออะไร? – “มานะ” กิเลสสำคัญของยุคสมัยออนไลน์
การเปรียบเทียบ มานะ

“มานะคืออะไร? - “มานะ” กิเลสสำคัญของยุคสมัยออนไลน์

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

“ตัวกูเกิดเมื่อใด มันก็มีความทุกข์เมื่อนั้น” – พุทธทาสภิกขุ

คำว่า “มานะ” ในทางพุทธศาสนา ไม่ได้แปลว่า “ความพยายาม” อย่างที่เราใช้กันทั่วไป แต่หมายถึง การเอาตัวเราเข้าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การที่มี “ตัวกู” เข้าไปอยู่ในการมองสิ่งต่างๆ และเมื่อมีตัวกูอยู่ตรงไหนก็มีทุกข์ที่นั่น

ที่น่าสนใจคือกิเลสที่ชื่อว่า “มานะ” ไม่ได้มีเฉพาะเวลาที่เราคิดว่า “ฉันเหนือกว่าเขา” เท่านั้น แต่มีอยู่ 3 แบบ คือ

ฉันดีกว่าเขา — ฉันด้อยกว่าเขา — และฉันเท่ากับเขา

ในยุคนี้…ถ้าจะมีพื้นที่ไหนในชีวิตประจำวันที่เราจะเห็นแล้วเข้าใจมานะได้ดีที่สุดก็คงเป็นโลกออนไลน์…ลองมาสำรวจกัน

มานะแบบที่ 1 “ฉันดีกว่าเขา”

เราเห็นใครโพสต์บางอย่าง แล้วคิดในใจว่า

“แค่นี้เอง ฉันทำได้ดีกว่านี้”
“บ้านเรายังสวยกว่า”
“ฉันเรียนมามากกว่า”
“อย่างน้อยฉันก็ไม่เป็นแบบเขา”

นี่คือมานะที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด เพราะ “ตัวกู” กำลังสร้างตำแหน่งให้ตัวเองว่า

เขาอยู่ต่ำกว่า ฉันอยู่สูงกว่า

เราอาจไม่ได้พูดออกมา ไม่ได้ไปดูถูกเขาตรงๆ แต่เพียงความรู้สึกว่า ฉันเหนือกว่า ก็แปลว่าเราได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในการเปรียบเทียบแล้ว

มานะแบบที่ 2 “ฉันก็เท่ากับเขา”

อันนี้อาจมองเห็นยาก แต่มันเป็นความรู้สึกว่า ฉันก็แน่เหมือนกัน

เช่น เห็นเพื่อนได้รับความสำเร็จ แล้วเกิดความคิดว่า

“ถ้าเราได้โอกาสแบบนั้น เราก็ทำได้เหมือนกัน”
“เขามีแบบนั้น เราก็มี”
“รายได้ก็ไม่ได้ต่างจากเราเท่าไร”

ความคิดเหล่านี้ไม่ได้ผิดในตัวมันเอง แต่บางครั้งลองสังเกตดูดีๆ ว่า ตรงนี้ “ตัวกู” ไม่ได้ต้องการชนะ แค่ต้องการรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ว่า

ฉันต้องไม่ต่ำกว่าเธอ

มานะแบบที่ 3 “ฉันด้อยกว่าเขา”

แบบนี้พบได้มากบ่อยในโลกออนไลน์และเป็นมานะแบบหนึ่ง

เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันได้เลื่อนตำแหน่ง
เห็นใครซื้อบ้าน
เห็นคนไปเที่ยวต่างประเทศ
เห็นคนอายุเท่ากันแต่ดูดี มีเงิน มีคู่ มีชีวิตที่ดูพร้อมกว่า

แล้วเกิดความคิดว่า

“ทำไมชีวิตเขาไปไกลขนาดนั้น แต่เรายังอยู่ที่เดิม”
“เขาดูดีกว่าเราเยอะ”
“ทำไมชีวิตเราไม่มีอะไรเหมือนคนอื่นเลย”

หลายคนอาจคิดว่านี่คือความไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่น่าจะเกี่ยวกับ “อัตตา” หรือ “ตัวกู” แต่ในมุมของมานะ กลไกเดียวกันกำลังทำงานอยู่ เรายังเอา “ตัวกู” ไปวางข้างคนอื่น แล้วถามว่า

ฉันอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับเขา?

เพียงแต่ครั้งนี้ เราไม่ได้วางตัวเองไว้ข้างบน เราวางไว้ข้างล่าง


โทษของมานะ

มานะไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกว่า เราเหนือกว่าเขา, เราด้อยกว่าเขา หรือเราเท่ากับเขา ล้วนทำให้ใจล้วนทำให้เกิดโทษและเกิดทุกข์ตามมา

  • เมื่อสำคัญตนว่า เหนือกว่า เราอาจกลายเป็นคนถือตัว ไม่เปิดรับความคิดเห็น ไม่ยอมเรียนรู้จากคนที่มองว่าด้อยกว่า และรู้สึกกระทบเมื่อมีใครมาท้าทายความสามารถหรือความคิดของเรา
  • เมื่อสำคัญตนว่า ด้อยกว่า ก็อาจเกิดความน้อยใจ อิจฉา ไม่มั่นคงในคุณค่าของตัวเอง หรือหมดกำลังใจ เพราะรู้สึกว่าตนเองสู้คนอื่นไม่ได้
  • แม้แต่ความรู้สึกว่า “เราก็เท่ากับเขา” ก็ทำให้ต้องคอยรักษาสถานะของตัวเอง ไม่อยากให้ใครเหนือกว่า และอาจเกิดการแข่งขันหรือเหนื่อยใจกับการพยายามพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นโทษของมานะจึงไม่ได้มีเพียงความหยิ่งหรือความถือตัว แต่คือการทำให้ใจไม่เป็นอิสระ แต่เป็นทาสของเปรียบเทียบ ต้องคอยมองว่าตัวกูอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับคนอื่น จนเกิดความไม่สงบ ความขัดแย้ง เหนื่อยใจและปิดกั้นการเรียนรู้ตามความเป็นจริง


มานะเป็นกิเลสประเภทไหน?

มานะจัดเป็นกิเลสที่ละเอียดและฝังรากลึกมาก ถือเป็นหนึ่งใน สังโยชน์ 10 (เครื่องร้อยรัดที่ผูกมัดสัตว์ไว้ในวัฏสงสาร) โดยอยู่ในกลุ่มของ “สังโยชน์เบื้องบน” (อุทธัมภาคิยสังโยชน์) ร่วมกับรูปราคะ อรูปราคะ อุทธัจจะ และอวิชชา

แม้แต่พระโสดาบัน รวมถึงพระสกทาคามีและพระอนาคามี ก็ยังละ “มานะ” ได้ไม่หมด แม้พระโสดาบันจะละ สักกายทิฏฐิ คือความเห็นที่ยึดขันธ์ห้าว่าเป็นตัวตนหรือเกี่ยวเนื่องกับตัวตนได้แล้ว แต่ความสำคัญหมายอย่างละเอียดว่า “เราเป็น” ยังสามารถหลงเหลืออยู่ได้ เรียกว่า อัสมิมานะ

  • อัสมิ (ฉันเป็น)
  • มานะ (สำคัญตน)

ดังนั้นอัสมิมานะจึงหมายถึง ความสำคัญหมายว่า “เราเป็น” ที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างละเอียด

อัสมิมานะ คือ มานะขั้นพื้นฐานที่สุด ว่ามี “ตัวเรา” ดำรงอยู่ เป็นความรู้สึกโดดๆ โดยที่ยังไม่ได้เอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับใคร (เป็นมานะระดับละเอียด)

มานะ 3 แบบที่กล่าวไป ต่อยอดมาจากอัสมิมานะ: เพราะจิตมีความรู้สึกว่า “เราเป็น” เป็นทุนเดิมนี่เอง จึงนำไปสู่การปรุงแต่งเอา “ตัวเรา” ไปเปรียบเทียบกับ “ตัวเขา”

ผู้ที่ละมานะได้อย่างเด็ดขาดคือ พระอรหันต์ เมื่อความสำคัญหมายว่า “เราเป็น” ถูกถอนสิ้นแล้ว การสำคัญตนว่าเหนือกว่า ด้อยกว่า หรือเสมอกับผู้อื่นก็สิ้นไปด้วย


 

Share