กลางคืนที่ใจตื่น: ความสงัดในบันทึกท่านพุทธทาส (8)
สิบปีในสวนโมกข์ กลางคืนที่ใจตื่น

กลางคืนที่ใจตื่น: ความสงัดในบันทึกท่านพุทธทาส (8)

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

กลางคืนที่โลกหลับ แต่ใจกลับตื่น

กลางคืนเป็นเวลาที่ทุกสิ่งหลับจริงหรือ? ท่านพุทธทาสชวนตั้งคำถามนี้จากชีวิตในสวนโมกข์ ทั้งสัตว์ที่ยังเคลื่อนไหวทำงาน และใจของผู้ปฏิบัติธรรมที่กลับแจ่มใสขึ้นเมื่อสิ่งรบกวนสงบลง กลางวันมีงาน มีแขก และมีคนที่ต้องช่วยเหลือ จนความเหนื่อยล้าอาจทำให้ใจหม่นลง แต่เมื่อถึงยามดึกสงัด ความว่างและความสดชื่นกลับเปิดโอกาสให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดขึ้น บันทึกตอนนี้จึงพาเราไปสัมผัสค่ำคืนผ่านประสบการณ์ของท่าน ทั้งความเงียบภายนอกและความตื่นตัวภายใน

จุดที่ชวนอ่านคือคำว่า “ตื่น” ซึ่งค่อย ๆ มีความหมายลึกไปกว่าการยังไม่นอน ท่านนำความเคลื่อนไหวของสัตว์และความรู้สึกของตนมาเชื่อมกับความตื่นรู้ทางธรรม แล้วตั้งข้อสังเกตถึงมนุษย์ที่อาจลืมตาทำกิจการอยู่ทั้งวัน แต่ยังไม่ตื่นต่อความจริงของชีวิต ช่วงท้ายยังโยงไปถึงสันติภาพที่โลกเรียกร้องหา เรื่องเล่าสั้น ๆ นี้จึงชวนให้ย้อนมองว่า ในแต่ละวันเรามีช่วงเวลาใดที่ใจได้สงบ แจ่มใส และรู้สึกตัวอย่างแท้จริงบ้าง


จากบันทึก “สิบปีในสวนโมกข์” โดย พุทธทาสภิกขุ

กลางคืนทุกสิ่งทุกอย่างพากันหลับจริงหรือ? ข้อนี้ไม่มีความจริงเลยแม้แต่น้อย จากการศึกษาด้วยธรรมชาตินั่นเอง เราจะรู้สึกว่า กลางคืนเสียอีกเป็นเวลาที่โลกตื่นที่สุด แต่ว่าเป็นความตื่นอย่างประณีตเหลือเกิน.

เมื่อจะมองดูกันในแง่ของสัตว์นานาชนิดก็พบว่า มีสัตว์ที่ตื่นและทำงานไม่น้อยกว่ากลางวัน วิ่งว่อนเอาจริงเอาจังไม่น้อยกว่ากลางวัน เว้นเสียแต่มนุษย์ของโลกและสัตว์บางประเภทเท่านั้น ที่ดูเหมือนว่าหลับเอาเสียจริง ๆ ส่วนมนุษย์ของธรรมนั้น กลางคืนเป็นเวลาที่ตื่นที่สุด เพราะว่ากลางวันความรู้สึกของจิตมักจะถูกริบไปเสียในด้านต่าง ๆ จนแทบจะหมดสิ้น ด้วยสิ่งอันรบกวน หรือยากที่จะดิ่งลงสู่อารมณ์อันสงัด ครั้นตกถึงกลางคืน ความว่างได้มีขึ้นอย่างสดชื่น ความแจ่มใสของจิตแหลมคมยิ่งกว่ากลางวัน ในภายในจึงรุ่งเรืองไปด้วยความสว่างไสวของการมองเห็นสิ่งที่สว่างบางสิ่งเป็นจิตที่ตื่นอยู่อย่างสดชื่นยิ่งนัก แม้จะหลับก็หลับชนิดที่ตื่นอยู่ทุกเมื่อ พร้อมที่จะรู้สึกสิ่งทั้งหลายตรงตามที่เป็นจริงอยู่เสมอ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย. ครั้นตกถึงกลางวัน มีเรื่องที่จะทำ มีแขกที่จะต้องต้อนรับ มีผู้อื่นที่จะต้องช่วยเหลือสงเคราะห์ ความเหน็ดเหนื่อยนั้นได้ทำให้มีความมึนชาอ่อนเพลียไป จนมืดมัวคล้ายกับความหลับ ซึ่งผิดกับความแจ่มใสอันจะมีได้ในตอนที่ดึกสงัดล่วงไปแล้ว.

ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเห็นว่ากลางคืนนั้น ธรรมไม่ได้หลับไปอย่างโลกเลย ช่างตรงกันข้าม เหมือนลักษณะอื่น ๆ ที่ตรงกันข้ามระหว่างธรรมกับโลกนั้นเหมือนกัน. สัตว์เล็ก ๆ บางชนิดเสียอีกตื่นอยู่อย่างแจ่มใส โดยเฉพาะปลวก กลางคืนว่องไวรวดเร็วยิ่งกว่ากลางวันเป็นอันมาก แต่มันจะเป็นสัตว์ของธรรมด้วยหรืออย่างไรนั้น ไม่ทราบ. แต่มนุษย์ของโลกนั้นเป็นที่แน่นอนอย่างหนึ่งว่า ในเวลากลางวันนั้นไม่ได้ตื่นอยู่ด้วยธรรมแล้ว ซ้ำกลางคืนก็ยังไม่ตื่นยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เองกระมัง โลกจึงไร้สันติภาพอันถาวร ชนิดที่เรากำลังเรียกร้องหา.


ที่มา: พุทธทาสภิกขุ, สิบปีในสวนโมกข์, หน้า ๑๒–๑๓.

อ่านตอนอื่นๆ ได้ที่ สิบปีในสวนโมกข์

Share