[ธรรมตามจังหวะ] Danny’s Song (Kenny Loggins) – เราต้องมีเท่าไร จึงจะรู้สึกว่าชีวิตมีพอ
danny song

[ธรรมตามจังหวะ] Danny’s Song (Kenny Loggins) - เราต้องมีเท่าไร จึงจะรู้สึกว่าชีวิตมีพอ

byภัทรดร ภิญโญพิชญ์

ดนตรีหรือบทเพลงหรือทำนองเพลงก็ตาม มันมีอยู่สองชนิด คือ เร้าให้ “จิตวุ่นวาย” ก็มี ดนตรีหรือบทเพลงที่ตะล่อมจิตให้สงบเย็นลงไปให้ “ว่าง” ก็มี – พุทธทาสภิกขุ (ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคม หมวดธรรม ทำงานด้วยจิตว่าง)


คนคนหนึ่งกำลังจะเป็นพ่อ เขาไม่ได้มีเงินมากมาย แต่เมื่อมองคนที่รักและคิดถึงชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เขากลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคดี

ความรู้สึกเรียบง่ายเช่นนี้อยู่ใน Danny’s Song เพลงที่ Kenny Loggins แต่งให้ Danny พี่ชาย เนื่องในโอกาสที่ Colin ลูกชายของพี่ชายเกิด เพลงจึงเป็นของขวัญจากน้องชายถึงครอบครัวที่กำลังต้อนรับสมาชิกใหม่ ก่อนจะเดินทางไปเป็นเพลงโปรดของผู้คนอีกมากมาย

Kenny บันทึกเสียงเพลงนี้ครั้งแรกกับวง Gator Creek ในปี 1970 ก่อนนำมาบันทึกใหม่ในอัลบั้ม Sittin’ In ร่วมกับ Jim Messina ในปี 1971 เวอร์ชันของ Loggins & Messina กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ผู้ฟังจดจำได้ดีที่สุดของทั้งคู่ ต่อมา Anne Murray นำไปร้องใหม่ในปี 1972 และประสบความสำเร็จบนชาร์ตในปีถัดมา

เสน่ห์ของเพลงอยู่ที่ความอบอุ่นโดยไม่ต้องมีเรื่องราวใหญ่โต ชีวิตในเพลงยังไม่ได้พร้อมพรั่ง แต่ความรักและความยินดีก็เกิดขึ้นแล้ว คนในเพลงมองเห็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข แม้ยังมีสิ่งที่ขาดอยู่

ฟังแล้วชวนให้นึกถึงชีวิตของเราเหมือนกัน เราเคยบอกตัวเองกี่ครั้งว่า ถ้ามีเงินมากกว่านี้อีกหน่อย ถ้าได้บ้านอย่างที่อยากได้ ถ้างานลงตัวกว่านี้ เราคงมีความสุขเสียที

พอได้สิ่งนั้นมา ความสุขก็เกิดขึ้นจริง แต่ไม่นานเราก็เห็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่มี บ้านที่เคยรู้สึกว่าดีแล้วเริ่มเล็กไป โทรศัพท์ที่ยังใช้ได้เริ่มดูเก่า วันหยุดที่เคยพอใจเริ่มธรรมดาเมื่อเห็นภาพท่องเที่ยวของคนอื่น

คำว่า “พอ” จึงขยับออกไปอยู่ข้างหน้าเรื่อย ๆ

สำหรับคนเขียน Danny’s Song ชวนให้นึกถึงธรรมะเรื่อง สันโดษ ไม่ได้หมายความว่า Kenny ตั้งใจแต่งเพลงเพื่ออธิบายหลักพุทธธรรม แต่ความยินดีในชีวิตที่เพลงถ่ายทอดออกมา เปิดทางให้เราได้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เรามีกับความรู้สึกว่าเรายังขาดอะไรอยู่

คำว่า “สันโดษ” มักถูกใช้ในความหมายว่าชอบอยู่คนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร จนพอได้ยินคำนี้ เราอาจนึกถึงคนที่ปลีกตัวไปอยู่เงียบ ๆ แต่ในทางพุทธศาสนา สันโดษหมายถึงความยินดีหรือพอใจในปัจจัยเครื่องเลี้ยงชีพที่ตนมีและหามาได้ด้วยความเพียรอันชอบธรรม ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่นหรือแสวงหาจนเกินความถูกต้อง คนที่อยู่กับครอบครัว มีเพื่อน และทำงานร่วมกับผู้คนมากมายก็ฝึกสันโดษได้

ลองนึกถึงอาหารมื้อหนึ่ง เรามีอาหารที่เพียงพอและเหมาะกับสุขภาพอยู่ตรงหน้า กินแล้วอิ่มและอร่อย แต่เมื่อเปิดดูรูปอาหารราคาแพงของคนอื่น เรากลับรู้สึกว่ามื้อของตัวเองไม่น่าพอใจขึ้นมา ทั้งที่อาหารในจานไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

ความอยากลองของอร่อยไม่ได้เป็นความผิด เพียงแต่เราสังเกตได้ว่า เมื่อไรความอยากนั้นเริ่มทำให้เราหมดความสามารถที่จะยินดีกับสิ่งที่มีอยู่

เรื่องทำนองนี้เกิดกับของใช้ บ้าน เสื้อผ้า และความสะดวกสบายได้ทั้งหมด เราอาจมีของที่ตอบโจทย์ชีวิตอยู่แล้ว แต่กลับใช้มันด้วยความรู้สึกขาด เพราะใจมัวเปรียบเทียบกับสิ่งที่ดีกว่า แพงกว่า หรือเป็นที่ยอมรับมากกว่า

สันโดษชวนให้เรากลับมาดูว่า สิ่งที่มีทำหน้าที่ของมันได้เพียงใด และอะไรคือความจำเป็นของเราจริง ๆ การซื้อของใหม่จึงยังเกิดขึ้นได้ เมื่อของเดิมไม่เหมาะหรือไม่เพียงพอ โดยไม่ต้องให้การแข่งขันกับชีวิตคนอื่นเป็นผู้กำหนดทุกครั้ง

แล้วถ้าพอใจเสียแล้ว เราจะยังขยันอยู่ไหม?

ในคำอธิบายของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) สันโดษช่วยให้เราไม่หมดเวลา แรงงาน และความคิดไปกับการแสวงหาสิ่งเสพบริโภค เมื่อความกระวนกระวายในเรื่องเหล่านี้ลดลง เราก็มีเรี่ยวแรงไปทำหน้าที่ พัฒนาตน และสร้างประโยชน์ได้มากขึ้น ความสันโดษจึงเกื้อหนุนความเพียรได้ และไม่ใช่ข้ออ้างให้หยุดทำความดีหรือปล่อยปละหน้าที่

เราทำงานให้ดีขึ้นได้ เรียนรู้ทักษะใหม่ได้ เก็บเงินเพื่อความมั่นคงได้ โดยไม่จำเป็นต้องตำหนิชีวิตปัจจุบันของตัวเองอยู่ตลอดเวลา การยินดีกับสิ่งที่หามาได้อย่างสุจริตกับการตั้งใจทำวันพรุ่งนี้ให้ดีขึ้น สามารถเกิดขึ้นในคนคนเดียวกันได้

แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องพูดอย่างระมัดระวังกับคนที่กำลังขัดสนจริง ๆ ถ้าอาหารไม่พอ ค่าเช่าบ้านยังไม่มี หรือเจ็บป่วยแล้วเข้าถึงการรักษาไม่ได้ ปัญหาเหล่านั้นต้องได้รับการแก้ไข เราไม่ควรใช้คำว่าสันโดษไปบอกให้ใครพอใจกับการขาดสิ่งจำเป็น หรือยอมรับความไม่เป็นธรรมที่เขาเผชิญอยู่

เมื่อฟัง Danny’s Song จึงไม่จำเป็นต้องสรุปว่าเงินไม่มีความหมาย หรือมีความรักแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย เราอาจรับความรู้สึกจากเพลงมาเพียงว่า ระหว่างที่ชีวิตยังต้องทำมาหากินและจัดการปัญหา ความยินดีก็มีที่ทางของมันอยู่ด้วย

พ่อแม่ยังต้องวางแผนค่าใช้จ่าย แต่ก็มีความสุขกับการได้อุ้มลูกในวันนี้ได้ คู่รักยังต้องเก็บเงินสร้างครอบครัว แต่ก็นั่งกินอาหารธรรมดาด้วยกันอย่างอิ่มใจได้ คนที่กำลังสร้างตัวก็พักฟังเพลงที่ชอบได้ โดยไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองยังประสบความสำเร็จไม่มากพอที่จะมีความสุข

และสำหรับคนที่ไม่มีคู่หรือไม่ได้มีลูก ความรู้สึกเช่นนี้ก็เกิดขึ้นได้จากชีวิตในรูปแบบของตัวเอง มิตรภาพ งานที่ได้ใช้ความสามารถ การดูแลสัตว์สักตัว หรือเวลาสงบ ๆ ที่ได้ทำสิ่งที่รัก ล้วนมีคุณค่าให้เรารับรู้ โดยไม่ต้องรอให้ชีวิตเหมือนใคร

เมื่อความต้องการทางวัตถุไม่ดึงความสนใจของเราไปเสียทั้งหมด เราก็มีโอกาสมองเห็นผู้คนและสิ่งเหล่านี้ชัดขึ้น มีเวลาฟังคนที่อยู่ตรงหน้า มีแรงทำงานที่เชื่อว่ามีประโยชน์ และมีความพอที่จะเผื่อแผ่สิ่งที่ตนมีให้ผู้อื่นด้วย

Danny’s Song เริ่มต้นจากของขวัญที่น้องชายมอบให้พี่ชาย เป็นเพลงเล็ก ๆ เกี่ยวกับความรักและสมาชิกใหม่ของครอบครัว เมื่อฟังมาถึงวันนี้ มันยังชวนให้เราหยุดอยู่กับความยินดีที่เรียบง่ายอย่างนั้น

คืนนี้ เรายังมีเรื่องของวันพรุ่งนี้ให้วางแผนอีกมาก แต่ระหว่างมื้ออาหาร เราอาจวางโทรศัพท์ลง ฟังคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน แล้วรู้สึกได้ว่า มื้อนี้ก็ดีแล้ว

พรุ่งนี้ค่อยตั้งใจทำงานกันต่อ

Share