นับเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งว่า ธรรมะคือเรื่องของการปฏิบัติส่วนตัวของ “คนดี” คนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับระบบ ไม่เกี่ยวกับสังคม ไม่เกี่ยวกับการเมืองโดยความจริงแล้วธรรมะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคนดีบางคน แต่คือหลักที่ต้องมีอยู่ในใจของทั้งคนและระบบ เพราะเมื่อไม่มีธรรมะ โลกก็จะไม่รอด — ไม่ว่าระบอบไหนก็ตาม
Page 7
Search
การศึกษาเรื่องอุปกิเลส 16 จึงมิใช่เป็นเพียงการท่องจำรายการข้อเสียทางศีลธรรม แต่เป็นการศึกษาแผนที่วินิจฉัยโรคทางจิตวิญญาณอย่างละเอียด สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมแล้ว รายการอุปกิเลสทั้ง 16 นี้ทำหน้าที่เสมือนเป็น "เครื่องมือวินิจฉัย" ที่มีความแม่นยำสูง
รู้จักกิเลสแบบมือโปร มาเมื่อไรก็รู้ได้เมื่อนั้นและไม่ถูกกิเลสลากจูงไปจนทุกข์ใจ มารู้จักลูกหลานของ โลภะ โทสะ โมหะ กับ 16 อุปกิเลส
การเสื่อมศรัทธานั้นไม่ได้เกิดจากข่าวพระประพฤติผิดเพียงไม่กี่รูป แต่เป็นผลลัพธ์ของบทบาทวัดไทยที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากพื้นที่ของการฝึกจิตสู่พื้นที่ของพิธีกรรม วัตถุนิยม และกิจกรรมที่ขาดความหมายเชิงธรรมะ
เมื่อเลิกตัวกูจะไม่มีใครทำให้รำคาญได้ หมายความว่าความรำคาญทั้งหลายไม่ได้มาจากข้างนอก แต่เกิดจากใจเราที่ไปยึดมั่นว่ามีตัวกู จึงมีตัวเราผู้ถูกกระทบอยู่ต่างหาก
แทนการจัดงานเลี้ยง มีเค้ก มีคำอวยพรแบบโลกๆ ลองกลับมานั่งเงียบๆ พิจารณาว่าอีกปีหนึ่งผ่านไป ความหลงใดในจิตใจที่ควรปลดเปลื้องไปในวันที่ “ไม่มีใครเกิด”
ใจที่ยังผูกพัน ย่อมถูกอดีตตามหลอกหลอน แต่ใจที่ปล่อยวางได้ ย่อมเป็นอิสระจากทุกผี หรือพูดได้ว่า ไม่มีผีไหนน่ากลัวเท่าผีที่เราสร้างขึ้นในใจ
ศาสนาเป็นแค่เครื่องปลอบใจหรือเครื่องตื่นรู้? บทเรียนการฝึกใจให้พ้นความหลง มองทุกข์ด้วยสติ ใช้ปัญญาเข้าใจอารมณ์จากภายใน
พุทธทาสภิกขุชี้ “ธรรมะคือผู้ปกครองที่แท้จริง” ประชาธิปไตยแบบ “ของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน” จะกลายเป็นนรกหากขาดธรรมะ เพราะแท้จริงแล้วผู้ปกครองสูงสุดคือ “ธรรม” ไม่ว่าระบอบใด—แม้แต่เผด็จการ—ก็ใช้ได้ หากประกอบด้วยธรรมะ
พุทธทาสภิกขุอธิบาย โรคภัยไข้เจ็บและโรคติดต่อมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่สัมพันธ์กับ “กรรมใหญ่” หรือกรรมประธานที่ทำให้มนุษย์ต้องเวียนเกิดในภพซึ่งเต็มไปด้วยโรคและทุกข์ ความร้ายแรงที่แท้จริงคือกิเลส มิใช่อหิวาต์หรือโรคระบาด